ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยรอบปีที่ผ่านมา มีคดีที่พลเรือนขึ้นศาลทหารทั้งหมด 1,408 คดี
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนสรุปจำนวนคดีในศาลทหารที่มีพลเรือนเป็นจำเลยและผู้ต้องหา มีทั้งสิ้น 1,408 คดี โดยมีผู้ต้องหาและจำเลยรวมแล้ว 1,629 คน
โดยศูนย์ทนายฯ ได้อ้างอิงข้อมูลจากกรมพระธรรมนูญซึ่งทางศูนย์ทนายฯ ได้ขอข้อมูลมา ทั้งนี้พบว่าความผิดผู้ต้องหาและจำเลยถูกกล่าวหานั้น ประกอบไปด้วย ความผิดตามมาตรา 112, มาตรา 116 และความผิดตามประกาศหรือคําสั่งคสช. รวมถึงความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด
ศูนย์ทนายฯ ตั้งข้อสังเกตว่า มีหลายคดีที่นักกิจกรรมถูกกล่าวหาว่ามีความผิดหลังจากได้แสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง พร้อมทั้งแสดงความกังวลเรื่องสิทธิของผู้ต้องขัง โดยระบุว่ามีบางกรณีพบว่ามีการควบคุมตัวโดยไม่เปิดเผยสถานที่ และไม่ให้ญาติหรือทนายความเข้าเยี่ยม รวมไปถึงการจัดตั้งเรือนจำชั่วคราวขึ้นภายในเขตมณฑลทหารบกที่11 ซึ่งมีกรณีผู้ต้องหาแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว 2 ราย
ศูนย์ทนายฯ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการตีความและบังคับใช้กฎหมายที่ค่อนข้างกว้าง โดยยกตัวอย่างการใช้กฎหมายความมั่นคงมาดำเนินคดีต่อการวิจารณ์ตัวบุคคล กรณีที่หญิงรายหนึ่งโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โอนเงินออกนอกกประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ศาลทหารได้ชี้ว่าคดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร โดยให้เหตุผลว่า คดีดังกล่าวไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 116 ซึ่งอยู่ในหมวดความมั่นคง เป็นเพียงคดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ศาลจึงจะทำความเห็นส่งให้ศาลอาญาพิจารณาขอบเขตอำนาจศาลต่อไป
ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้รณรงค์ให้ยกเลิกการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารีกล่าวถึงกรณีการตั้งคำถามกับมาตรการของศาลทหารและการรณรงค์ให้พลเรือนไม่ต้องขึ้นศาลทหารว่า ศาลทหารจะพิจารณาคดีเฉพาะที่เกี่ยวกับความมั่นคงเท่านั้น และผู้ถูกกล่าวหาสามารถสู้คดีได้

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น