0

แปลไทยย่อ บทสัมภาษณ์ “เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง” ข่าวสด ฉบับภาษาอังกฤษ วันที่ 17 มกราคม 2559
นักวิชาการและเอ็นจีโอกลุ่มหนึ่งได้รวมกันเป็น “เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง” มีจุดมุ่งหมายเรียกร้องสิทธิทางการเมือง และกำลังทบทวนบทบาทจากการตั้งรับ มาเป็นการเคลื่อนไหวเชิงรุกมากขึ้นในสถานการณ์ที่ฝ่ายทหารกดดันนักศึกษาและนักวิชาการ
อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า เครือข่ายซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการราว 400 คนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ สามารถให้การสนับสนุนกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเพราะเป็นที่ยอมรับว่า กลุ่มไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลังใดๆ แต่ที่ผ่านมา เครือข่ายมีบทบาทตอบรับกับสถานการณ์มากกว่า จึงต้องคิดหาวิธีที่จะมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น
เครือข่ายให้ความสนใจกับกลุ่มต่างๆ ที่เคยสนับสนุนรัฐประหารที่วันนี้เริ่มผิดหวัง ทั้งกลุ่มแพทย์ เอ็นจีโอ ชาวสวนยาง หรือสมาชิกกปปส. “คนพวกนี้เริ่มเห็นแล้วว่า การเปิดทางให้ทหารยึดอำนาจไม่ได้ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าขึ้นแต่อย่างใด ภาพนี้ยังไม่ชัดเจนในปีแรก แต่ตอนนี้ ฝุ่นที่ตลบอยู่เริ่มจางหาย”
รัฐบาลทหารค่อนข้างระวังในการใช้มาตรการรุนแรงกับนักวิชาการและนักศึกษาเนื่องจากบทบาทในอดีตที่เคยขับไล่เผด็จการทหารในยุค 2516 และ 2535 ฝ่ายทหารเกรงว่า การใช้มาตรการรุนแรงกับนักศึกษาและนักวิชาการที่ต้านรัฐประหารอาจบานปลายไปเป็นการขับไล่ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งทำให้ฝ่ายทหารมีท่าทีระมัดระวัง
อนุสรณ์ยอมรับว่า นักศึกษาที่ต้านรัฐประหารวันนี้มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับในอดีต “นักศึกษาในปัจจุบันเป็นเพียงเสียงหนึ่งในหลายเสียงที่ต้านรัฐประหาร” และก็ไม่ได้คาดหวังให้มีการลุกฮือของประชาชนอีกเหมือนสมัยสงครามเย็น แต่ก็คาดว่า สหรัฐอเมริกาและอียูจะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทหารต่อไป จุดนี้ทำให้อนุสรณ์คาดว่า คงจะไม่มีการสังหารหมู่ประชาชนเหมือนที่เกิดขึ้นในอดีตอีก
อนุสรณ์เชื่อว่า อำนาจเด็ดขาดของทหารมีขีดจำกัด และเครือข่ายก็มุ่งที่จะเคลื่อนไหวเชิงรุกในระยะข้างหน้า ค่อยๆ ยกเพดานความกลัวของสังคมออกไป ฐานสนับสนุนของทหารกำลังเสื่อมถอย และความขัดแย้งที่ถูกกดไว้ก็กำลังจะปะทุขึ้นมาอีก รวมทั้งไม่มีความคืบหน้าในการปรองดอง การปฏิรูป ขณะที่รัฐบาลทหารเองกลับไปพัวพันกับข้อกล่าวหาทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ “วันนี้ คสช.เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ ได้แต่ประคองตัวให้รอด”
คสช.บอกว่า จำต้องยืดเวลาอยู่ในอำนาจออกไปอีกและ “ขอร้อง” คนที่ไม่เห็นด้วยให้ “รอ” จนกว่าจะมีเลือกตั้งในกลางปี 2560 ตามที่สัญญาไว้ อนุสรณ์ตอบว่า “คสช.ไม่มีความชอบธรรมมาแต่ต้นที่จะขอให้ประชาชนรอคอย แม้แต่คนที่เคยเชื่อข้ออ้างดังกล่าวก็เริ่มรู้สึกว่า คสช.ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย สิ่งที่ คสช.ทำคือยุติความวุ่นวายทางการเมือง แต่ความเกลียดชังเดิมๆ ก็ยังคงอยู่และรอเวลาปะทุขึ้นมาอีก
ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “นักวิชาการบางส่วนรู้สึกว่า ยากที่จะเคลื่อนไหวและนึกไม่ออกว่า นอกจากการออกแถลงการณ์ซึ่งไม่ค่อยได้ผลแล้ว เราจะทำอะไรได้อีก” ปองขวัญซึ่งไม่เห็นด้วยกับ คสช. แต่ก็ไม่ใช่สมาชิกเครือข่าย บอกว่า นักวิชาการต้านรัฐประหารรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่มีความเห็นต่างกันในวิธีการเคลื่อนไหว และสมาชิกเครือข่ายหลายคนก็มีความเป็นปัจเจกชนสูงมาก
แม้ปองขวัญจะเคยมีวิดีโอคลิปต้านรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็เชื่อว่า ไม่อาจคาดหวังให้มีการลุกฮือขับไล่รัฐบาลทหาร “มันยากที่จะขับไล่ เพราะพวกเขากุมอำนาจไว้ได้หมด และการขับไล่ต้องอาศัยความขัดแย้งกันเองภายในชนชั้นปกครอง”
บารมี ชัยรัตน์ เป็นสมาชิกของเครือข่าย เป็นผู้ประสานงานสมัชชาคนจน และเป็นเอ็นจีโอที่ร่วมมือกับชุมชนชายขอบที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา บารมีมองสถานการณ์ในแง่บวกกว่าปองขวัญ และเห็นว่า เครือข่ายต้องเคลื่อนไหวเชิงรุก เพราะเราเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ถ้าเราไม่รุก คนอีกมากก็จะถูกกระทำเพิ่มขึ้น
บารมียอมรับว่า การขับไล่คสช.นั้นอาศัยแต่นักวิชาการไม่ได้ แต่ต้องเป็นหน้าที่ของประชาชน นักวิชาการและเอ็นจีโออย่างบารมีก็เพียงแต่ให้ข้อมูลกับสาธารณชน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนแสดงออก ส่วนความขัดแย้งในหมู่นักวิชาการต้านรัฐประหารนั้น ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องมี
“ถ้าเราลงมือทำ ก้าวไปข้างหน้า เราก็จะมีความชอบธรรม และนักวิชาการคนอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยแสดงออก ก็จะมาเข้าร่วมในที่สุด
แต่ก็มีอุปสรรคใหญ่คือ บารมีเชื่อว่า คสช.จะพยายามอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ไม่ใช่แค่กลางปี 2560 แต่นาน 8-10 ปีทีเดียว เราจึงมีหน้าที่ที่จะต้องทำ


แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top