0

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจสั่งรัฐวิสาหกิจใหญ่เร่งแก้ปัญหา ชะลอการบินไทยจัดหาเครื่องบินที่ไม่จำเป็น ย้ำการรถไฟเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนมากขึ้น
เว็บไซต์ของรัฐบาลให้ข้อมูลว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งแรกประจำปีนี้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจได้เสนอผลการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นว่ามีพัฒนาการดีขึ้น แต่การแก้ปัญหาบางประเด็นสำคัญยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในส่วนของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่อย่าง บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังขาดความชัดเจนในเรื่องการจัดทำแผนงานและกำหนดเวลาการจัดการตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะต้องเสนอกลับมาให้ คนร.พิจารณาอีกครั้งภายในเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังให้ชะลอการจัดหาเครื่องบินที่ยังไม่มีความจำเป็น และหากมีการจัดหาเพิ่มเติมจะต้องเป็นเครื่องบินประเภทเดียวกับที่มีอยู่แล้วในฝูงบิน
ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ประชุมต้องการให้ทั้งกระทรวงคมนาคมและ รฟท.มีความชัดเจนในเรื่องแหล่งทุนที่จะใช้ในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ รฟท. ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และให้เริ่มลงทุนได้ภายในปี 2559 – 2560 โดยจะต้องกำหนดนโยบายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นแทนการให้ รฟท. ลงทุนเอง เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐในภาพรวม สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ยืนยันให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในการดำเนินงานเดินรถ และให้ รฟท. จัดทำแผนงานส่งมอบพื้นที่ย่านโรงงานมักกะสันให้ชัดเจน โดยจะต้องทยอยส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงการคลังภายใน 2 ปี ส่วนพื้นที่ที่เป็นโรงพยาบาลและบ้านพักให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี
สำหรับรัฐวิสาหกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคมทั้ง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นั้นที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้กำหนดทิศทางและบทบาทที่ชัดเจนร่วมกันของรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง และให้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมภายในเดือนมีนาคมนี้
ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รับการเร่งรัดให้จัดซื้อรถโดยสารก๊าซธรรมชาติจำนวน 489 คัน โดยให้ประกวดราคาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ และเร่งจัดทำระบบตั๋วร่วมในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที เป็นต้น
ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและการบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. .... ซึ่งปรับปรุงแก้ไขตามความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนแล้ว โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีเจตนารมณ์เพื่อปฏิรูประบบกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจไม่ใช่เพื่อการแปรรูป จึงไม่มีผลกระทบต่อสถานะของรัฐวิสาหกิจ สถานะและสภาพการจ้างงานของพนักงานรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด ‪#‎ThaiAirways‬


แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top