0

“สมคิด” เผยภารกิจด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในเวลาที่เหลืออีก 1 ปีครึ่ง ห่วงสินค้าเกษตรเป็นปัญหาหลัก
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยในปี 2559 และสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะทำในปีนี้ ในงานสัมมนา “เศรษฐกิจไทยปี 59 มองไปข้างหน้า โอกาสและความท้าทาย” เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว โดยกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยเป็นเรื่องที่ท้าทาย และสิ่งที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบัน คือ ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เติบโตเท่าที่ควร
ส่วนผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในปีที่ผ่านมา เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เศรษฐกิจจีนที่ถดถอย ความตึงเครียดของการเมืองโลก และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากนัก
นายสมคิดกล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจปีที่แล้วอยู่ในระดับที่น่าพอใจ มีการเพิ่มขึ้นของจีดีพีจากร้อยละ 0.9 เป็นร้อยละ 2.9 - 3 และการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละไตรมาสที่ส่งผลต่อเนื่องกันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ สามารถหยุดการทรุดตัวของเศรษฐกิจได้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มสูงขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้ให้เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริง
นายสมคิดกล่าวมีภารกิจที่เขาต้องทำว่า ในปีนี้มี 3 เรื่องใหญ่ คือ 1. ดูแลดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ และทำให้เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว การเร่งการลงทุน เดินหน้าเต็มที่ รวมทั้งทำการยกเครื่องเศรษฐกิจเสียใหม่ โดยอาศัยปัจจัยจากภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้เริ่มต้นไว้แล้วในปีที่ผ่านมา และจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปีนี้
นายสมคิดกล่าวว่า ในเวลา 1 ปีครึ่งที่เหลืออยู่ของรัฐบาล จะพยายามเริ่มต้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและพฤติกรรมการเพาะปลูกของเกษตรกร ให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.และธนาคารออมสิน ร่วมขับเคลื่อนในแนวนอนร่วมกับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ ผ่านกองทุนหมู่บ้าน และให้เอกชนทำแปลงตัวอย่างสาธิตให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจ และให้มีการลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปสินค้าการเกษตรภายในท้องถิ่น และสร้างเอสเอ็มอีเกษตรกรในลักษณะของอุตสาหกรรมการเกษตร โดยจะให้บีโอไอให้สิทธิพิเศษกับธุรกิจที่ไปลงทุนในชุมชน และจะสร้างจังหวัดการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น โดยจะนัดพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงการเตรียมงบประมาณการลงทุนในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในชนบท เช่น การสร้างฝายเก็บน้ำ ยุ้งฉาง ลานตากข้าว และโรงแปรรูปสินค้าเกษตรขนาดเล็ก และจะขอให้กระทรวงไอซีทีทำโครงการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์หนึ่งหมื่นจุดทั่วประเทศให้สำเร็จภายใน 1 ปีครึ่ง โดยมองว่าในอนาคตจะเป็นแหล่งเรียนรู้และเกิดเศรษฐกิจดิจิตัลในชนบท
รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการคลังยังเผยแนวนโยบายว่าจะส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัพใหม่ๆ เพื่อเป็นนักรบทางเศรษฐกิจยุคใหม่ และเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของประเทศโดยจะเข้าไปกระตุ้นมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นของรัฐ และสร้าง AEC as my home market เพื่อส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีความพร้อม สามารถส่งสินค้าไปขายในตลาด AEC ได้ และจะสร้างช่องทางกระจายสินค้า โดยให้โจทย์ว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของไทยจะนำเอาสินค้าเอสเอ็มอีไปขายใน AEC ได้อย่างไร
และปัจจัยสุดท้ายที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยก็คือ สร้างทางรถไฟตามแนวระเบียงตะวันออก-ตะวันตก เหนือ-ใต้ เชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของอาเซียน โดยนายสมคิดกล่าวว่าจะเริ่มเห็นในราวครึ่งหลังของปีนี้ นายสมคิดกล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนภายในปีนี้ คือ เรื่องภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย โดยทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการรังแกและส่งกระทบต่อคนที่มีรายได้น้อย
รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจของไทยยังไม่ใช่สิ่งที่น่าเป็นห่วง สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือภาวะการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่ค่อยดี ดังนั้น ความสามัคคีของคนในประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญ และกล่าวด้วยว่าประชารัฐของรัฐบาล จะช่วยกอบกู้ประเทศไทยให้ดีขึ้น โดยการร่วมกันของรัฐ ประชาชน และภาคเอกชน

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top