กลุ่มนักการเมืองใต้สะท้อนภาพการพูดคุยสันติภาพ ระบุคุยกันมานานก่อนที่จะเปิดตัวแต่ไม่มีความคืบหน้าให้เห็น เสนอให้เลือกตัวแทนประชาชนไปร่วมคุยบ้างและให้ทั้งสองฝ่ายนำเสนอวิสัยทัศน์สันติสุขต่อประชาชน
ในการสานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ครั้งที่ 26 เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี มีนักการเมืองจากหลายพรรคเข้าร่วม อาทินายนัจมุดดีน อูมา จากพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ จากพรรคประชาธิปัตย์ นายนิมุคตาร์ วาบา จากพรรคภูมิใจไทย และผศ.ดร.วรวิทย์ บารู อดีตส.ว.ของปัตตานี ผู้จัดคือสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า เป้าหมายของการจัดนั้นเพื่อจะเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมให้เกิดสันติสุข
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาได้สรุปผลการประชุมสานเสวนาดังกล่าวว่าได้มีการหารือกันในเรื่องของการพูดคุยเพื่อสันติสุขหรือสันติภาพ นักการเมืองหลายคนชี้ว่า ประชาชนฝากความหวังไว้กับการพูดคุยหนนี้ว่าจะช่วยหาทางออกให้กับความรุนแรงได้ในเร็ววัน หลายคนเห็นว่าอันที่จริงแล้วได้มีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการมานานหลายปีแล้วทั้งในและต่างประเทศ มีคนในพื้นที่ทราบข่าวบ้างไม่มากก็น้อย แต่กรอบคิดในการพูดคุยไม่ชัดเจน จึงไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และดูเหมือนว่าแต่ละฝ่ายสงวนท่าทีตลอดมา
สถาบันระบุด้วยว่า อันที่จริงแล้วทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล บีอาร์เอ็น และกลุ่มมารา ปาตานี ควรจะวางกรอบคิดว่าจะสร้างสังคมนี้อย่างไร สันติภาพที่จะมีต้องการให้เป็นแบบไหน และจุดหมายปลายทางจะอยู่ที่ใด แล้วควรนำเสนอความคิดเห็นเหล่านี้ให้ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ได้รับรู้เพื่อให้เกิดพลังและความหวังที่จะเดินไปสู่อนาคตที่จะอยู่ร่วมกันต่อไป
นักการเมืองที่เข้าร่วมการเสวนายังเห็นอีกว่า การพูดคุยเพื่อสันติภาพนี้ไม่ควรจะจำกัดวงแต่เฉพาะในระหว่างคู่ความขัดแย้งหลัก คือรัฐและกลุ่มขบวนการ แต่รัฐบาลควรจะเปิดพื้นที่ให้กว้างขึ้นโดยให้การสนับสนุนให้มีคนรอบข้างเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากขึ้นและอย่างจริงจัง เช่น ควรให้มีการคัดสรรบุคคลที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับจังหวัดละ 10 คน และจาก 4 อำเภอของสงขลา อีก 5 คน ให้เดินทางไปพูดคุยกับตัวแทนของขบวนการต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ โดยให้ได้รับการอำนวยความสะดวกพอสมควรจากเจ้าหน้าที่ในสถานที่มีการพูดคุยนั้น แล้วนำสิ่งที่ได้จากการพูดคุยไปเสนอต่อรัฐบาลและต่อประชาชน และเสนอให้คนในพื้นที่คัดสรรตัวแทนของตนในแบบใดแบบหนึ่งให้เป็นผู้สะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวแทนของขบวนการต่าง ๆ ก็ให้ขบวนการนั้น ๆ เป็นผู้คัดสรร
ส่วนสำหรับการพูดคุยขณะนี้ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการสร้างความไว้วางใจระหว่างสองฝ่ายที่ร่วมบนโต๊ะการพูดคุยนั้น เป็นเพียงขั้นแรกของกระบวนการ ผู้เข้าร่วมการสานเสวนาเห็นว่า ควรจะปรับเปลี่ยนไปสู่การเจรจาซึ่งเป็นขั้นตอนต่อไปให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น และเกิดความหวังว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมตามมา
บรรดานักการเมืองในพื้นที่ย้ำในเรื่องการให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในกระบวนการสันติภาพ ทั้งในการเริ่มคิด และการร่วมคิดอย่างสำคัญ อีกทั้งมีส่วนร่วมตัดสินใจ เช่น ตัดสินใจในเบื้องต้น ในขณะที่พวกเขาก็เห็นว่าสังคมโดยรวมควรให้ความสนใจปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้และเห็นใจผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ร้อนอันนี้ และเมื่อสังคมโดยรวมเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และคิดหาทางออกร่วมกัน ก็จะช่วยให้สันติภาพเป็นจริงได้เร็วขึ้น มีผู้เสนอด้วยว่าให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศศึกษาและเสนอแนะการปฏิรูปที่จะช่วยแก้ปัญหาทางการเมืองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยนถึงบรรยากาศในระหว่างที่มีการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ โดยหลายคนชี้ว่ามีความเคลื่อนไหวบางอย่างที่ยังทำให้ไม่ชัดเจน เช่นการที่มีการแถลงของคนในกลุ่มบีอาร์เอ็นออกมาวางเงื่อนไขเรื่องการเข้าร่วมกระบวนการ ซึ่งแตกต่างไปจากท่าทีของกลุ่มมารา ปาตานี นอกจากนั้นในระยะหลังนี้มีการวางระเบิดหลายแห่งซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นเพราะเป็นวันตรงกับวันครบรอบการก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยของกลุ่มบีอาร์เอ็น รวมทั้งการวางระเบิดนี้อาจจะเป็นการแสดงถึงความไม่เชื่อมั่นในการพูดคุยนี้ด้วยก็ได้ ผู้เข้าร่วมยังกล่าวถึงปัญหาบางอย่างที่มีผลกระทบต่อเรื่องของการดูแลพื้นที่ เช่นการที่มีการเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งทางการทหารและตำรวจในพื้นที่บ่อยครั้งทำให้ขาดความต่อเนื่องในเรื่องการดำเนินนโยบาย
ขอบคุณภาพจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น