0


แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนลออกรายงานใหม่ปัญหาโรฮิงญา จี้ให้รัฐบาลประเทศต่างๆหาทางรับมือปัญหาก่อนที่ฤดูล่องเรือของผู้อพยพจะเริ่มขึ้นใหม่หลังมรสุมยุติ ชี้ต้นตอปัญหาโรฮิงญาอพยพจากเมียนมาร์ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ในรายงานล่าสุดที่ออกมาชื่อ Deadly journeys: the refugees and the trafficking crisis in Southeast Asia แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนลเปิดเผยถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ถูกกระทำอย่างโหดร้ายโดยผู้ค้าและลักลอบขนคน โดยรายงานฉบับนี้รวบรวมมาจากข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากว่าร้อยคน ในจำนวนนี้หลายคนเป็นเด็ก พวกเขาหลบหนีออกจากเมียนมาร์และบังกลาเทศ เป้าหมายคือมาเลเซีย แต่ในจำนวนนี้หลายคนไปถึงอินโดนีเซียแทน

รายงานของแอมเนสตี้ระบุว่าชาวโรฮิงญาที่เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์จะต้องรอให้ญาติหรือครอบครัวช่วยเหลือด้วยการจ่ายเงินค่าไถ่ รายงานอ้างชาวโรฮิงญาหลายคนบอกว่า พวกเขาเห็นลูกเรือสังหารเหยื่อหลายคนที่ครอบครัวไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ บางคนถูกยิง บางคนถูกโยนทิ้งทะเลปล่อยให้จมน้ำตาย หลายคนตายเพราะขาดน้ำและอาหารหรือเจ็บป่วย พวกเขาถูกขังในเรือลำใหญ่นานหลายเดือนในสภาพที่แออัดยัดเยียด ถูกซ้อมในระหว่างที่มีการติดต่อครอบครัวเพื่อจะเรียกค่าไถ่ เด็กผู้หญิงชาวโรฮิงญาอายุ 15 ปีคนหนึ่งกล่าวว่า ลูกเรือได้โทรศัพท์ไปหาพ่อของเธอในบังคลาเทศบังคับให้เขาฟังเธอร้องไห้ระหว่างถูกทุบตี และบอกให้นำเงินมาไถ่ตัว ผู้ชายและเด็กชาวโรฮิงญาแทบทุกคนบอกว่า พวกเขาต่างเคยโดนซ้อม หรือเคยเห็นคนอื่นถูกทารุณทางร่างกาย

รายงานระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากที่ไทยเริ่มปราบปรามการค้ามนุษย์เดือนพ.ค. 2558 ทำให้แก๊งค์ลักพาและค้ามนุษย์ทิ้งผู้ลี้ภัยหลายพันคนไว้กลางทะเลหลายสัปดาห์ในสภาพที่ขาดอาหารและน้ำ แอมเนสตี้กล่าวว่า จำนวนผู้ที่เสียชีวิตในช่วงนั้นน่าจะมีมากกว่าตัวเลขที่สหประชาชาติคาดไว้คือ 370 รายงานอ้างผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าในขณะนั้นมีเรือขนาดใหญ่หลายสิบลำเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัยอยู่กลางทะเล แต่มีเพียงห้าลำที่สามารถขึ้นฝั่งที่มาเลเซียและอินโดนีเซียได้

รายงานชี้ถึงต้นตอของการที่ต้องอพยพของชาวโรฮิงญาว่า ในส่วนที่อยู่ในเมียนมาร์ พวกเขาถูกเลือกปฏิบัติและถูกกระทำทารุณต่อเนื่องยาวนาน ไม่มีสิทธิได้รับสัญชาติ กระแสการใช้ความรุนแรงกับชาวโรฮิงญาสูงขึ้น บางคนยอมจ่ายเงินให้แก๊งค์ขนคนพาตัวหนีออกจากประเทศ แต่อีกจำนวนหนึ่งถูกลักพาตัวเพื่อนำไปขาย คนที่รอดชีวิตเดินทางไปถึงจุดหมายได้ถือว่าโชคดี แต่สภาพของพวกเขาก็เต็มไปด้วยอาการเจ็บป่วยหรืออิดโรย

“ชายคนหนึ่งซึ่งช่วยเหลือมนุษย์เรือให้ขึ้นสู่ชายฝั่งที่จังหวัดอาเจะห์ประเทศอินโดนีเซียบอกว่า กลิ่นที่อยู่บนเรือแรงมากจนทำให้ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือแทบไม่สามารถขึ้นเรือได้ในเรือขาดแคลนอาหารและน้ำอย่างมาก และมักต้องมีการแบ่งปันข้าวกินเป็นถ้วยเล็ก ๆ ต่อวัน” รายงานบอกด้วยว่า บางคนแทบจะเดินไม่ได้หลังจากที่ต้องอยู่อย่างแออัดยัดเยียดมานาน ขาดทั้งน้ำและอาหารรวมทั้งเจ็บป่วย

สำหรับผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งที่อินโดนีเซียรับไว้ให้อยู่ในอาเจะห์ ได้มีการจัดหาที่พักให้เช่นเดียวกันกับมาเลเซียที่รับไว้จำนวนหนึ่ง แต่ทั้งหมดนี้มีเงื่อนไขว่าจะต้องมีประเทศที่สามมารับตัวไปภายในเดือนพ.ค.ปีหน้า ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านั้น

“ในช่วงที่ฤดูมรสุมกำลังสิ้นสุดลง และ “ฤดูเดินเรือ” ใหม่กำลังมาถึง คาดว่าจะมีผู้ลี้ภัยทางเรือเพิ่มขึ้นอีกหลายพันคน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอเรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ “ รายงานกล่าว

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top