ทุจริตควรถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตไหม ควรสิครับ ถ้าเป็นคำพิพากษาของศาล ถ้าผ่านการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม ทุจริต ติดคุก ต้องไม่ได้ลงเลือกตั้งอีก
แต่ไม่ใช่ถอดถอน "ตัดสิทธิ" ซึ่งเป็นกระบวนการทางการเมือง มีประเทศนี้ประเทศเดียวในโลก ที่ Impeachment แล้วตัดสิทธิด้วย ถูไถใช้กันมา ตีขลุมเป็นความยุติธรรม กระทั่งสภารัฐประหารตั้งครูหยุยก็ยังถอดถอนตัดสิทธิได้
และไม่ใช่การตัดสิทธิด้วย "ใบแดง" ซึ่ง กกต.แจกเพียงเพราะ "เชื่อได้ว่า" โกงเลือกตั้ง ไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ เพราะถ้าโกงเลือกตั้งจริงต้องติดคุก แม้ตอนหลัง รธน.50 ให้ศาลมาวินิจฉัยใบแดง ก็เป็นแค่วินิจฉัยความ "เชื่อได้ว่า" ว่า "น่าเชื่อ" หรือไม่อีกที
มันน่าเศร้าสำหรับสังคมไทย ที่กระทั่งนักกฎหมาย ยังเห็นว่า Impeachment หรือการลงโทษเพราะ "เชื่อได้ว่า" ควรมีผลเท่าเทียมกับคำพิพากษาของศาล
ความคิดว่านักการเมืองชั่วต้องฉีดยาแรง เริ่มมาตั้งแต่ รธน. 2540 ที่ตั้งองค์กรอิสระเป็นองค์กรเทวดา บัญญัติเรื่องการถอดถอน+ตัดสิทธิ แล้วต่อมา กกต.ก็ขออำนาจ "ใบแดง" ซึ่งจริงๆ ไม่มีใน รธน.40 แต่มาโผล่ในกฎหมายเลือกตั้ง อาศัยสังคมเชื่อว่า กกต.ชุดนั้นตรงไปตรงมา (มี อ.โคทมด้วย) พอ รธน.50 "ใบแดง" ก็ขยายไปเป็น "ยุบพรรค" ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ถ้าคนโดนใบแดงเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ทำเนียน ให้ศาลมาวินิจฉัยใบแดงอีกที ผลคือนักการเมืองโดนตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีจำนวนมาก แต่มีการดำเนินคดีเอาคนซื้อเสียงเข้าคุกไม่กี่ราย
ผมนี่ไม่เห็นด้วยกับใบแดงมาตั้งแต่ปี 44 จำได้ว่ามีกรณีญาติวันนอร์ มะทา (ชื่อไรนึกไม่ออกแล้ว) ไปหาเสียงแล้วมีเด็กนักเรียนมารำ โดนใบแดง!!! ฐานแสดงมหรสพ ผมร้องว่าเฮ้ย มหรสพมันต้องมีเจตจำนงดึงคนมาดู นี่แค่เด็กนักเรียนมารำเหมือนรำอวยพรกันเป็นประเพณีบ้านๆ มึงแจกใบแดงแล้ว บ้าหรือเปล่า เพียงแต่ตอนนั้นผมยังไม่ได้เขียนคอลัมน์ ไม่มี fb ก็ได้แต่ไปทำสัมภาษณ์คนโวยใบแดงลงไทยโพสต์แทบลอยด์

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น