นักสำรวจชาวอังกฤษเตรียมพิชิตขั้วโลกเหนือส่วนที่ไกลที่สุด
จุดกึ่งกลางของมหาสมุทรอาร์กติก เป็นจุดที่ยังไม่เคยมีผู้ใดเดินทางไปถึงมาก่อน ล่าสุด จิม แมคนีล นักสำรวจชาวอังกฤษพร้อมคณะเตรียมออกเดินทางเป็นระยะทางกว่า 1,000 กม. ในปีหน้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนกลุ่มแรกที่สามารถพิชิตจุดที่เรียกว่า ขั้วโลกเหนือที่ไกลที่สุด (Northern or Arctic Pole of Inaccessibility) ด้วยการเดินทางไปบนน้ำแข็ง
ขั้วโลกเหนือที่ไกลที่สุด ถือเป็นจุดที่เข้าถึงได้ยากที่สุด และเป็นจุดที่ห่างไกลจากแผ่นดินมากที่สุด คือราว 450 กม.จากขั้วโลกเหนือทางภูมิศาสตร์ การเดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าวสามารถทำได้โดยการเดินข้ามแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ปกคลุมมหาสมุทรที่มีความลึกถึง 5,500 เมตร ส่วนอุณหภูมิก็หนาวเหน็บแตะระดับ -50 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว และมีสภาพมืดมิดตลอดทั้งวันในช่วงระหว่างเดือน ต.ค.-มี.ค.
สำหรับการสำรวจของ แมคนีล และคณะที่จะเริ่มออกเดินทางในปีหน้านั้น จะเป็นความพยายามพิชิตขั้วโลกเหนือครั้งที่ 3 ของ แมคนีล ซึ่งการเดินทาง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ไม่ประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ โดยในครั้งแรกเขาต้องหยุดอยู่ที่เบสแคมป์เนื่องจากเกิดติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อมนุษย์ ส่วนการสำรวจครั้งที่ 2 เมื่อปี 2549 ต้องล้มเหลวเพราะแผ่นน้ำแข็งตามเส้นทางเกิดแตกออกจากกันทำให้เขาพลัดตกลงไปและไม่สามารถเดินทางต่อไปได้
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความยากลำบากในการเดินทางพิชิตขั้วโลกเหนือที่ไกลที่สุดนั้นทำได้ยากกว่าจุดไกลที่สุดในขั้วโลกใต้ (Southern Point of Inaccessibility) เนื่องจากแผ่นน้ำแข็งแตกหักได้ง่าย และก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีผู้ใดสามารถพิชิตบริเวณดังกล่าวด้วยการเดินเท้าข้ามผืนน้ำแข็งมาก่อน แม้ว่า วอลลี เฮอร์เบิร์ต นักสำรวจชาวอังกฤษจะคิดว่าเขาเดินทางไปถึงจุดดังกล่าวเมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 ก็ตาม แต่ภายหลังกลับพบว่าตำแหน่งที่เขาไปถึงนั้นไม่ใช่ตำแหน่งขั้วโลกเหนือที่ถูกต้อง
ด้วยเหตุนี้ แมคนีล และคณะอาสาสมัครของโครงการ Ice Warrior Project จึงวางแผนออกเดินทางในช่วงฤดูหนาวก่อนที่แผ่นน้ำแข็งจะเริ่มแตกจากอากาศที่อุ่นขึ้น โดยใช้เลื่อนหิมะที่มีลักษณะคล้ายเรือแคนู ซึ่งหากการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นก็จะไปถึงจุดหมายในเวลา 80 วัน โดยทีมงานจะทำการวัดแผ่นน้ำแข็งที่พวกเขาเดินข้ามเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับศึกษาเกี่ยวกับการแตกของน้ำแข็งเหล่านี้ รวมทั้งจะมีการนับจำนวนหมีขั้วโลกบริเวณดังกล่าวด้วย

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น