เรื่องจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์ตรับท่าน...
เอา ตอแหล. เขาจับได้. ...???😬😬สภายุโรป ลงมติประณามรัฐบาลทหารของไทย ด้านกระทรวงการต่างประเทศแถลงแสดงความผิดหวังต่อมติดังกล่าวซึ่งชี้ให้เห็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อพัฒนาการของไทย
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา สภายุโรปมีมติประณามรัฐบาลทหารของไทยและเรียกร้องให้กลับสู่หลักประชาธิปไตย ปล่อยนักโทษการเมืองและยุติการละเมิดสิทธิแรงงาน และสิทธิมนุษยชน
โดยมติดังกล่าวระบุว่า หลังจากที่รัฐบาลทหารได้ยึดอำนาจโดยการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นั้นมีแรงกดดันจากนานาชาติตอกรณีของแรงงานทาสในกิจการประมงและอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋อง รวมถึงมีการฟ้องร้องนักกิจกรรมชาวอังกฤษที่พยายามเปิดเผยเรื่องดังกล่าว
โดยการหารือพิเศษนี้ 17 สมาชิกสภายุโรปจาก 14 ประเทศได้ประณามรัฐบาลทหารเรื่องความล่าช้าในการจัดการเลือกตั้ง กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และรวมถึงการใช้ศาลทหารไต่สวนพลเรือน รวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพสื่อ
นายคริสโตส สไตเลนไนเดส กรรมการด้านมนุษยธรรมและการจัดการภาวะวิกฤต สภายุโรปได้กล่าวเตือนรัฐบาลไทยว่าสหภาพยุโรปได้เพิ่มระดับการจับตากรณีสำคัญๆ ด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานในอุตสาหกรรมประมง รวมถึงผู้บริโภคในยุโรปก็เพิ่มความตระหนักต่อวิธีการผลิตอาหารทะเลของไทย รวมถึงเรียกร้องความโปร่งใสในการรับผิดชอบทางสังคมของสายการผลิตด้วย
ขณะที่สมาชิกจากอิตาลี นายอิกนาซิโอ คอร์เรโร ชี้ว่าแม้ไทยจะมีภาพลักษณ์ที่สวยงามด้านการท่องเที่ยว แต่ว่าตั้งแต่มีการรัฐประหาร ภาพที่เห็นคือการการกดขี่และความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น และสภายุโรปจะยังคงกดดันรัฐบาลไทยใช้อำนาจทางเศรษฐกิจที่มีเพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างกระบวนการประชาธิปไตย และในประเด็นนี้ นายมาร์ค ทาราเบลลา สมาชิกจากเบลเยียมแสดงความกังวลต่อกรณีปิดกั้นเว็บไซต์นับร้อยเว็บ และไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดนี้
ด้านผู้แทนจากสาธารณรัฐเช็กระบุว่าพัฒนาการของไทยนั้นไม่อาจกล่าวถึงได้ในแง่บวก แต่ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่บ้างเมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
นายฟิล โรเบิร์ตสัน จาก ฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ให้ข้อมูลกับสภายุโรปว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะกดดันรัฐบาลทหารของไทยซึ่งมีแผนจะอยู่ในอำนาจอย่างยาวนาน อย่างน้อยที่สุดก็ถึงปี 2560
ช่วงค่ำวานนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทย แถลงต่อกรณีดังกล่าวว่า การออกข้อมติสภายุโรป เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นั้น ไม่มีผลผูกพันต่อการดำเนินนโยบายของสหภาพยุโรปต่อไทยและยังแสดงความผิดหวังต่อมติของสภายุโรปที่แสดงถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานการณ์พัฒนาการในด้านต่างๆ ของไทย “ไทยผิดหวังต่อข้อมติของสภายุโรป ที่แสดงถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานการณ์และพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของไทย ซึ่งรัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเคารพในพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และยึดมั่นดำเนินการตาม Roadmap เพื่อมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง”
แถลงของกระทรวงการต่างปะเทศระบุว่าการมีมติประณามรัฐบาลไทยเป็นส่วนหนึ่งของวาระการประชุมสมัยสามัญของสภายุโรปซึ่งกล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ ข้อมติดังกล่าวเป็นการแสดงท่าทีโดยหลักการตามค่านิยมที่ยุโรปยึดถือ และเป็นท่าทีและความห่วงใยในฐานะมิตรประเทศในประเด็นต่าง ๆ เช่น การดำเนินการตาม Roadmap การเลือกตั้ง การร่างรัฐธรรมนูญ และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยรับทราบและดำเนินการอยู่แล้ว และบางส่วนของมติก็ยังย้ำว่าไทยและสหภาพยุโรปเป็นมิตรประเทศและหุ้นส่วนที่สำคัญและมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมโดยข้อมติเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรปร่วมมือกับรัฐบาลไทยอย่างสร้างสรรค์
กระทรวงการต่างประเทศยังระบุด้วยว่า ข้อมติดังกล่าวได้แสดงความชื่นชมไทยและสนับสนุนไทยในหลายด้าน เช่น ด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การผ่าน พ.ร.บ. ความเท่าเทียมทางเพศ และรับทราบถึงความมุ่งมั่นของไทยในการออกมาตรการขจัดการค้ามนุษย์ และการแก้ปัญหาแรงงานในภาคประมงตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ข้อมติยังได้ยอมรับถึงพัฒนาการทางเมือง ในการที่ไทยแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ และการดำเนินการตาม Roadmap ที่ชัดเจน อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ตลอดจนแสดงความเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของไทยในฐานะผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน – สหภาพยุโรป
“ในการนี้ ไทยพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ มีความสมดุล และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะร่วมมือกับสหภาพยุโรปในทุกมิติและทุกระดับ ตลอดจนจะทำหน้าที่ผู้ประสานงานระหว่างอาเซียน – สหภาพยุโรปอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองภูมิภาคให้มีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น” แถลงของกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุ
ภาพจากแฟ้มภาพ

 
Top