กรธ. ทำงานเดินหน้า ลงรายละเอียดรายมาตรา ขณะที่เว็บไซต์ประชามติตั้งข้อสังเกต ประชาชนเบื่อหน่ายการเมือง หลังชวนแสดงความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ
วันนี้ คณะกรรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ได้เริ่มเข้าสู่การร่างรายมาตราในบททั่วไป จนถึง หมวดพระมหากษัตริย์ และหมวดสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า ร่างฉบับนี้จะมีขนาดกะทัดรัด และกระชับกว่าที่ผ่าน ๆ มา พร้อมแสดงความพอใจการทำงานร่วมกันของ กรธ. ซึ่งทำงานร่วมกันได้ดี
ขณะที่ก่อนหน้านี้นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมุ่งเน้นการตรวจสอบและการเข้าสู่ตำแหน่งของนักการเมืองรวมทั้งการลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต เพื่อป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย ขณะเดียวกันการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนต้องเป็นไปตามหลักสากล
อีกด้านหนึ่ง เว็บไซต์ประชามติ ซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ เผยผลการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าเงื่อนไขและบทบัญญัติแบบไหนที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมติดแฮชแทก ‪#‎ไม่เอาแล้ว‬ ระหว่างวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ร่วมแสดงความเห็นราว 300 ราย ผ่านทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ แต่พบว่าน้อยคนมากที่พูดถึงเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายมาตรา หรือเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่สะท้อนความรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วม และแสดงความไม่ไว้วางใจว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินอยู่จะแก้ปัญหาสังคมไทยได้
เว็บไซต์ประชามติชี้ว่า ผู้แสดงความเห็นบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วย กับกระบวนการที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ขาดผู้แทนที่มีจุดยึดโยงกับประชาชน หรือมาจากการแต่งตั้งโดยตรง บางคนเสนอว่าผู้ร่างไม่ควรมาจากคณะรัฐประหาร การร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เขียนขึ้นภายใต้บรรยากาศการจับกุมและดำเนินคดีการเมืองกับผู้ที่คิดต่าง รวมถึงไม่ต้องการรัฐธรรมนูญที่ขาดหลักประกันและกลไกในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
นอกจากนี้คนจำนวนไม่น้อยเสนอว่าไม่ต้องการรัฐธรรมนูญที่ไม่ไว้วางใจต่อประชาชน เช่น การกำหนดให้มี ส.ว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ 'นายกคนนอก' และไม่ต้องการองค์กรที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลมาคอยกำกับดูแลอีกระดับหนึ่ง

 
Top