จีนสร้างตำนาน "บุรุษผู้แข็งแกร่ง" ให้กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้อย่างไร?
แครี่ เกรซี บรรณาธิการข่าวจีนของบีบีซี ได้ไปเยือนพื้นที่แถบหุบเขาเหลียงเจียเหอ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้ใช้ชีวิตในวัยเยาว์ โดยประธานาธิบดีสีมักย้ำเสมอว่า เหลียงเจียเหอคือสถานที่ที่เขาได้ฝากใจไว้ และการใช้ชีวิตที่นั่นได้หล่อหลอมตัวตนของเขาขึ้นมาในทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม เกรซีพบว่า สถานที่ต่างๆที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้นำจีนในเหลียงเจียเหอ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำที่เขาเคยอาศัยอยู่ถึงเจ็ดปี หรือพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องคุณงามความดีของเขาต่อชาวบ้านที่นั่น ต่างเต็มไปด้วยการควบคุมวิธีการบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของสี จิ้นผิง อย่างเข้มงวดระมัดระวังตลอดเวลา
เกรซี่บอกว่า ประธานาธิบดีสีกำลังสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลของตนขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมา บรรดานักโฆษณาชวนเชื่อของเขาได้สร้างภาพลักษณ์ "คนของประชาชน" ให้กับเขาได้อย่างแนบเนียนไม่มีที่ติ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอภาพของผู้นำจีนเดินย่ำไปตามตรอกซอกซอยเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน เข้าคิวรอทานติ่มซำในร้านเหมือนคนอื่นๆและจ่ายค่าอาหารเอง รวมทั้งใช้ภาษาชาวบ้านในการพูดต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งรวมถึงวาทะที่เขาเคยกล่าวกับบรรดานักศึกษาว่า "ชีวิตก็เหมือนการสวมเสื้อ เพียงกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก เม็ดต่อๆไปก็จะไม่ผิดเอง" ทั้งหมดนี้ แสดงถึงการเป็นผู้นำที่ติดดิน สมถะและถ่อมตน
การสร้างภาพลักษณ์บุรุษผู้แข็งแกร่งและน่านับถือนี้ ใช้ประวัติชีวิตของเขาในวัยเยาว์เป็นส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้เขาจะเกิดมาในครอบครัวของวีรบุรุษผู้นำการปฏิวัติคอมมิวนิสต์คนหนึ่ง และใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างสบายในกรุงปักกิ่ง แต่เมื่อเกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมที่ประธานเหมามุ่งขจัดบรรดาผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อทศวรรษที่ 1960 พ่อของเขาถูกจำคุกและครอบครัวต้องสูญเสียอภิสิทธิ์ต่างๆไป ตัวเขาเองก็ต้องพบกับการข่มขู่และความลำบากนานัปการ จนได้อาศัยจังหวะที่ประธานเหมาสั่งให้เยาวชนนับล้านคนออกไป "รับการศึกษาใหม่" และเรียนรู้จากชาวนาในชนบท เดินทางหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง มายังหุบเขาเหลียงเจียเหอ ซึ่งที่แห่งนี้เองมีส่วนสำคัญในการสร้างเรื่องราวของสี จิ้นผิง ให้เป็นบุรุษผู้น่าเคารพบูชา
เกรซีบอกว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในเหลียงเจียเหอ เธอถูกตามประกบด้วยเจ้าหน้าที่โฆษณาชวนเชื่อของทางการจีนตลอดเวลา ซึ่งจะคอยอธิบายทุกอย่างขณะที่เธอชมถ้ำและพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติชีวิตของสี จิ้นผิง และเมื่อการเข้าชมเสร็จสิ้นลง เจ้าหน้าที่ยังขอให้เธอลงนามยินยอมในหนังสือที่ระบุว่า จะรายงานเรื่องราวของผู้นำจีนแต่ในทางบวกเท่านั้น ซึ่งเธอได้ปฏิเสธไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังได้ขู่จะยึดเทปบันทึกภาพของผู้สื่อข่าวไปด้วยหากไม่ยอมลงนาม ซึ่งถือเป็นเรื่องตลกร้ายที่ประธานาธิบดีสี ผู้มีชีวิตแบบเคยต้องลำบากทุกข์ยากเพราะลัทธิบูชาผู้นำอย่างประธานเหมามาก่อน กลับมาใช้กลไกบังคับควบคุมของรัฐ เพื่อสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลของตนขึ้นเสียเองในวันนี้




แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น