สหภาพยุโรปให้สตาร์บัคส์และเฟียตจ่ายภาษีเพิ่ม รายละ 800-1,200 ล้านบาท
นางมาร์เกรท เวสเทเกอร์ กรรมาธิการด้านการแข่งขันของสหภาพยุโรป เปิดเผยในข้อความที่โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า ได้สั่งให้ทั้งสตาร์บัคส์และเฟียต ชำระภาษีเพิ่มรายละประมาณ 800-1,200 ล้านบาท เนื่องจากพบว่าแนวทางการชำระภาษีที่สตาร์บัคส์ทำไว้กับเนเธอร์แลนด์ และที่ฝ่ายการเงินของเฟียตทำไว้กับลักเซมเบิร์กนั้น ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยข้อตกลงดังกล่าวลดภาระการจ่ายภาษีของบริษัททั้งสองแห่งให้ไม่เป็นไปตามจริง ซึ่งถือว่าไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของอียู และบริษัทไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก จะเป็นบริษัทข้ามชาติหรือไม่ ก็ต้องจ่ายภาษีอย่างเป็นธรรมทุกราย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้ตรวจสอบรูปแบบการชำระภาษีของกิจการยักษ์ใหญ่หลายราย รวมทั้งแอปเปิลและแอมะซอน และพบว่าบางรายได้ทำความตกลงลับกับลักเซมเบิร์ก ซึ่งเอื้อให้บริษัทชำระภาษีในอัตราต่ำมาก เพียง 1% เท่านั้น ขณะที่คำตัดสินของอียูในวันนี้ เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่า องค์กรตรวจสอบของอียูพร้อมที่จะจัดการด้านภาษีกับบริษัทอันทรงอิทธิพลของโลก
ด้านลักเซมเบิร์กออกมาระบุว่า แนวทางภาษีที่กำหนดไว้ไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย และบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า ได้ดำเนินการเรื่องภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่ประกอบกิจการ โดยนายเพียร์ กราเมกนา รมว.คลังลักเซมเบิร์ก โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ลักเซมเบิร์กไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปของกรรมาธิการยุโรปในกรณีของเฟียต และขอสงวนสิทธิ์ทุกประการในเรื่องนี้ #EUTaxAavoidance


แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น