ยืนยันอีกครั้ง ที่ทนายยิ่งลักษณ์อ้างมาตรา 4 (3) พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ว่าออกคำสั่งทางปกครองกับอดีตนายกฯ เรื่องงานทางนโยบายไม่ได้นี่ ผิดนะครับ ผิดจังเบอร์
ผมเผลอเห็นด้วยไปแล้ว อ.วรเจตน์บอกว่าไม่ใช่ นักกฎหมายอีกหลายคนที่ผมปรึกษา ก็บอกว่าไม่ใช่ ทนายอ้างผิด เพียงแต่ฟังเหมือนถูก คือการเอาผิดยิ่งลักษณ์ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ นี่สามารถทำได้ แต่จะมาเรียกค่าเสียหายจากการดำเนินนโยบายไม่ได้
ฉะนั้นถ้าวิษณุพูดว่าเป็นเรื่อง "ปล่อยปละให้ทุจริต" ก็ทำได้ แต่ต้องเข้าตามกฎหมายคือ "จงใจ" หรือ "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" โดยอันดับแรก จะต้องกำหนดให้ชัดว่าเกิดความเสียหายจากการทุจริตเท่าไหร่ (ตัวเลขยังไม่ยุติเลย) เกี่ยวข้องกับยิ่งลักษณ์อย่างไร (บุญทรงทุจริต หรือโรงสี เจ้าหน้าที่ อตก.ทุจริตกันที่พิจิตร พิษณุโลกโน้น) ยิ่งลักษณ์ประมาทเลินเล่อร้ายแรงอย่างไร
จะมาพูดง่ายๆ ว่า ปปช.เตือนแล้ว "อีปู" ไม่ยอมยกเลิกนโยบาย ไม่ได้หรอก
แล้วถ้าคดีขึ้นศาลปกครอง ก็เผือกร้อนทั้งเข่ง เพราะเป็นเรื่องดุลพินิจ ล่อแหลมมาก อะไรคือ "ประมาทเลินเล่อร้ายแรง" อย่างที่บอก อดีตปลัด กทม. "ประมาทเลินเล่อร้ายแรง" แต่ศาลบอกว่าซื้อที่ดินตาบอดราคาเหมาะสม ก็ไม่ต้องจ่าย แถมเคยมีผู้ใหญ่รายหนึ่งนะ-คนดี สมัยเป็นปลัด ไว้ใจลูกน้องมากไป ตีเช็คเปล่าให้ไปเบิกเงิน มันเชิดหาย ศาลชั้นต้นบอกว่าต้องชดใช้ ศาลสูงสุดบอกว่าไม่ถือเป็นประมาทร้ายแรง (???)
ข้อสำคัญคือ รัฐบาล คสช.และองค์กรอิสระที่ไม่มีความชอบธรรมกำลังเสแสร้งว่าตนมีอำนาจชอบธรรม ทั้งการดำเนินคดีอาญา (157 ผิดนโยบาย) ถอดถอนตัดสิทธิ (โดยสภารัฐประหาร) นี่ก็จะมาใช้อำนาจบริหารออกคำสั่งทางปกครองยึดทรัพย์

00000

ทนายความตระกูลชินวัตรนี่ไม่รู้เป็นไง ชอบยกประเด็นกฎหมายขึ้นมาเถียงผิด ทำให้ตัวเอง “เสียรังวัด” ทั้งที่สามารถเถียงให้ถูก

ล่าสุด ที่ยกมาตรา 4(3) พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ขึ้นมาอ้างว่า “มิให้ใช้บังคับแก่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง” ทำให้ออกคำสั่งทางปกครองกับอดีตนายกฯ ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ นี่ก็อ้างผิดจังเบ้อเร่อ เพียงแต่ฟังเหมือนถูก ผมก็เผลอเห็นด้วยไปแล้ว แหะแหะ แต่มีอาจารย์กฎหมายมหาชนโทร.มาท้วงว่า เฮ้ย ไม่ใช่ ทนายยิ่งลักษณ์อ้างผิด!

ผิดยังไง มาตรานี้แปลว่าการเสนอนโยบาย เสนอกฎหมาย หรือดำเนินการทางการเมือง ไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เช่น สมาคมโลกร้อนฟ้องระงับนโยบายจำนำข้าวไม่ได้ แต่ระหว่างดำเนินนโยบาย ถ้าออกคำสั่งกระทบใคร ถ้าย้ายปลัดพาณิชย์ ย่อมฟ้องได้ เช่นกัน หากเกิด “ความรับผิดทางละเมิด” รัฐบาลก็สั่งให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ได้
เพียงแต่ที่ต้องถกกันคือ “ความรับผิดทางละเมิด” นี่ครอบจักรวาลรวมความเสียหายทั้ง 5 แสนล้าน 7 แสนล้าน จากนโยบายจำนำข้าวหรือไม่

พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กฎหมายที่ออกมา 19 ปี เพิ่งฮือฮา ต้องบอกว่าเป็นกฎหมายคุ้มครองให้ความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่นะครับ คือก่อนปี 2539 ใครปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก หรือต่อหน่วยงานของรัฐเอง ก็ถูกไล่เบี้ยเต็มจำนวนทุกกรณี
กฎหมายนี้เห็นว่าไม่เป็นธรรม ข้าราชการทำดีมาตลอด พลาดครั้งเดียวอาจฉิบหายขายตัว จึงบัญญัติว่าคุณต้องรับผิดเมื่อ “จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” เท่านั้น ซ้ำให้ดูความเป็นธรรมไม่ต้องชดใช้เต็มจำนวน

อะไรคือจงใจ ก็ทุจริตไง ซึ่งแน่ละผิดอาญาด้วย ฉะนั้นถ้าทุจริตคุณเจอ 3 ดอก ฟ้องอาญา โทษวินัย และเรียกค่าเสียหาย ซึ่งให้ตั้งกรรมการขึ้นประเมินแล้วส่งกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ชี้ขาด
ปัญหาอยู่ที่ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” คืออะไร ต่างกับ “ประมาทเลินเล่อแบบธรรมด๊าธรรมดา” ยังไง นี่ละเถียงกันวุ่นวาย เพราะ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” ไม่ผิดอาญาก็ได้ เช่นคดีจัดซื้อรถเรือดับเพลิง ซึ่งศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก 2 ราย แต่ กทม.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 7 คน รวมทั้งอดีตผู้ว่าฯ สมัคร สุนทรเวช ผู้ล่วงลับ กระทั่งศาลสั่งอายัดทรัพย์มรดกลูกเมีย

คดีนี้ที่จริงนักกฎหมายหลายรายแย้งว่า “ผิดขั้นตอน” คือกลายเป็น กทม.ฟ้องลูกเมียสมัคร ทั้งที่ตามหลัก กทม.ต้องออกคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ แล้วลูกเมียสมัครต้องฟ้องค้านต่อศาลปกครอง แต่คดียิ่งลักษณ์เท่าที่ฟังไม่มีปัญหา วิษณุ เครืองาม บอกว่าจะออกคำสั่งชดใช้ แล้วให้ยิ่งลักษณ์ไปฟ้องศาลปกครอง
อะไรคือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง นี่แหละเถียงกันให้วุ่น เป็นเรื่องดุลพินิจ บางคดีเซ็นอนุมัติโดยไม่ดูตาม้าตาเรือก็อาจไม่ผิด ไม่กี่วันมานี้ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าอดีตปลัด กทม. “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” คดีซื้อที่ตาบอดจอดรถขยะ แต่เห็นว่าราคาเหมาะสมแล้ว ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 1.8 ล้านบาท

ก่อนนี้ก็มีอดีตปลัดรายหนึ่ง ท่านเป็นคนดีคนซื่อยกมือไหว้ได้เต็มใจ แต่ซื่อจนไว้ใจคนง่าย “ตีเช็คเปล่า” ให้ลูกน้องเบิกเงินแล้วเชิดหาย ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่าท่านต้องชดใช้ แต่ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าไม่ใช่ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”
ล่าสุด วิษณุ เครืองาม เพิ่งพูดให้กระจ่างว่าจะเรียกค่าเสียหายจากยิ่งลักษณ์ฐาน “ปล่อยปละให้ทุจริต” ถามว่าทำได้ไหม ได้ครับ แต่ต้องเอาให้ชัดนะ

ประเด็นแรก แปลว่าท่านต้องแยกความเสียหายจากนโยบายอุดหนุนชาวนา จำนำแพงขายถูก เอาเฉพาะความเสียหายจากการทุจริต แต่ต้องได้ข้อยุติด้วยนะ ว่าตัวเลขเสียหายจากทุจริตเท่าไหร่ ไม่งั้นจะไปเรียกเขายังไง
ประเด็นถัดมา ยิ่งลักษณ์ประมาทเลินเล่อร้ายแรงอย่างไร ที่ว่าปล่อยปละให้ทุจริต ถ้าอ้างเพียง ป.ป.ช.เตือนแล้วไม่ฟังเห็นจะไม่ได้ เตือนแล้วยิ่งลักษณ์สั่งการอย่างไร จะบอกว่า ป.ป.ช.ให้เลิกจำนำข้าว ยิ่งลักษณ์ไม่เลิก อ้าว ก็เป็นสัญญาประชาคมของพรรคเพื่อไทย แล้วจะเอายิ่งลักษณ์ไปโยงกับการทุจริตแค่ไหน จะบอกว่าประมาทเลินเล่อปล่อยให้ขายข้าวจีทูจี หรือจะบอกว่าโรงสีที่พิจิตรทุจริตก็เพราะ “อีปู” เลินเล่อร้ายแรง

ในภาพรวมจะเห็นว่ายิ่งลักษณ์โดนทั้ง 3 ดอก ฟ้องอาญา เรียกค่าเสียหาย และ “ถอดถอน” ปัญหาสำคัญคือ “ความชอบธรรม” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ถอดถอนตัดสิทธิโดยสภาแต่งตั้ง สั่งฟ้องฐานละเว้นก่อนพิสูจน์ทุจริต ตามด้วยรัฐบาลออกคำสั่งทางปกครอง
ท่านมีอำนาจตามกฎหมายครับ แต่ “เสี่ยง” มากในแง่ความชอบธรรมและเป็นธรรม

source :-  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1445005553


 
Top