จาก "ตั๊น" เข้าตำรวจถึง "จดหมายน้อย" ฝากตำรวจ
ที่พังกันเป็นแถบๆ ก็เพราะไม่เข้าใจ "ความชอบธรรม" ความเป็นธรรม ความยุติธรรม
ขำๆ ที่ไอ้เทือก ไอ้มาร์ค ยังต่อว่าตำรวจที่ต่อต้าน หาว่า "ใจไม่กว้าง" แล้วที่ทำกับตำรวจไว้ล่ะ วันนี้มาเรียกร้องให้ตำรวจใจพระ
กปปส.ก่อม็อบขัดขวางเลือกตั้ง หวังเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ใช้ตำรวจเป็นเหยื่อ ยั่วยุ ปลุกความเกลียดชัง เป็น "สมุนทักษิณ" ทั้งที่ตำรวจทำหน้าที่ตามคำสั่งรัฐบาล ก็ไปหยามเอาตีนย่ำลอกป้าย ฉีดสเปรย์ ซ้ำร้าย จนป่านนี้ก็ยังลอยนวลไม่มีใครต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม
ถามว่าอ้าว นปช.ล่ะ เป็นคู่อริทหารไหม ก็ใช่นะ ถ้าซักวันชนะเลือกตั้ง แล้วจะตั้ง "ตู่-เต้น" เป็น รมว.กลาโหม ทหารก็คงต่อต้านเหมือนกัน นปช.บางคนระหว่างเคลื่อนไหวก็อาจทำให้ทหารรู้สึกว่าหยามเกียรติศักดิ์ศรี แต่ข้อที่แตกต่างกัน หนึ่ง สาระของการต่อต้านคือ ต่อต้านการที่ทหารทำเกินหน้าที่ (รัฐประหาร) ทำเกินกว่าเหตุ (กระสุนจริง) ถ้าทำตามหน้าที่เช่นไปลาดตระเวณ 3 จังหวัดใต้ไปช่วยภัยแล้งน้ำท่วม ก็ไม่มีใครต่อต้านซักหน่อย สอง นปช.ทั้งแกนนำทั้งชาวบ้านติดคุกกันอานไปแล้ว สาม นี่มันคือการเข้ามาแบบเปิดตำแหน่งพิเศษ ที่ทำให้ตำรวจและสังคมกังขาว่ามี "ป๋าดัน" หรือเปล่า
อาการเหิมเกริมใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม ไม่จำเป็นต้อง "โกง" หรอกครับ แต่ดันทุรังบ่อยๆ ก็พังได้ (น่าเสียดาย น้องหนูถอดใจซะก่อน)
00000
น่าเสียดาย "ตั๊น" จิตภัสร์ กฤดากร ถอดสลักยอมถอนตัวไม่สมัครเป็นรองสารวัตร 191 ซะแล้ว ทั้งที่ ผบ.ตร.อุตส่าห์พูดวนไปวนมา 2 วัน เปลี่ยนไฟเหลืองเป็นไฟเขียวผ่านตลอด
ว่าที่จริงก็ถูกของ ผบ.อ๊อด ลูกเศรษฐีผู้ดีจบปริญญาโทจุฬาฯ แม้ยังไม่โชว์สารนิพนธ์ "นางฟ้า" ลอยลงมาสมัครร.ต.ต. มีคุณสมบัติเหมาะสมทุกประการที่จะเข้ารับราชการตำรวจ ถ้าไม่ใช่เพราะหนึ่ง มันเป็นการเปิดตำแหน่งพิเศษ ทำให้สังคมสงสัยว่ามีใครเป็น "ป๋าดัน" หรือเปล่า และสอง เธอเคยเป็นแกนนำกปปส. ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ตำรวจ ทั้งไปรื้อป้ายหยาม และระหว่างที่ตำรวจเข้าสลาย ก็มีมือมืดโยนระเบิดใส่ จนเกิดวีรกรรม "ตำรวจเตะระเบิด"
แม้ไม่ใช่ตัวเธอเป็นผู้กระทำ (ม็อบคปท.เป็นตัวการรื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) แต่ถามว่าในฐานะแกนนำที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เธอได้แสดงความเสียใจ คัดค้าน หรือประณามการกระทำเหล่านั้นไหม หรือยอมให้ตัวเองถูกกลืนไปในกระแสปลุกความเกลียดชังตำรวจ
เอ๊ะ อย่างนี้แกนนำนปช.มีสิทธิสมัครตำรวจทหารไหม มีสิครับ ถ้าสอบแข่งขันตามขั้นตอนปกติ หรือถ้าเล่นการเมืองผ่านเลือกตั้ง อนาคต "ตู่ จตุพร" จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหม หรือ "ตั๊น" จะเป็นรัฐมนตรีปฏิรูปตำรวจก็ย่อมได้ ส่วนจะเป็น ที่ยอมรับของตำรวจทหารไหม นั่นเป็นเรื่อง "ความเหมาะสม" ที่ฝ่ายการเมืองต้องใช้ดุลพินิจ (ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีใครตั้ง "ตู่-เต้น" เป็นรัฐมนตรีกลาโหมหรอกต่อให้ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย)
คุณอ้างสิทธิ แต่ตำรวจก็มีสิทธิเจ็บช้ำน้ำใจไม่ต้อนรับเช่นกัน ไม่ใช่พูดมักง่ายอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าตำรวจควรใจกว้าง หรืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดราวกับว่าตำรวจที่ต่อต้านนำกลับไปสู่วังวนความขัดแย้งแบบเดิมๆ
พวกพ้องคุณทำกับตำรวจซะขนาดนั้น ยังหาว่าตำรวจ ใจไม่กว้าง ก่อม็อบขัดขวางเลือกตั้ง ยั่วยุเพื่อจะเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยใช้ตำรวจเป็นเหยื่อ ปลุกความเกลียดชังตำรวจเป็น "สมุนทักษิณ" ทั้งที่ตำรวจต้องทำหน้าที่ตาม คำสั่งรัฐบาล แล้วก็ไปหยามเอาตีนย่ำลอกป้ายฉีดสีสเปรย์ จนป่านนี้ก็ยังลอยนวลไม่มีใครต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม แล้วยังจะเสียงอ่อนเสียงหวานอยากเข้ามาผดุงความยุติธรรม
พวกพ้องคุณทำกับตำรวจซะขนาดนั้น มาวันนี้กลับเรียกร้องให้ตำรวจเป็นพระ โปรดใจกว้าง อย่าปลุกความขัดแย้ง อย่างนี้ตั้ง "ทนายนกเขา" เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิซะเลย ดีไหม
ใช่เลย นปช.ก็เกลียดชังกองทัพ บางคนใช้ท่าทีกระทบเกียรติศักดิ์ศรี แต่โดยสาระ นปช.ต่อต้านในสิ่งที่เห็นว่ากองทัพทำเกินหน้าที่(รัฐประหาร) และทำเกินกว่าเหตุ(กระสุนจริง) และที่สำคัญ นปช.ตั้งแต่แกนนำถึงชาวบ้านก็ติดคุกกันระนาวไปแล้ว กำลังทยอยพิพากษาด้วยซ้ำ
การที่ตำรวจต่อต้านตั๊นจึงไม่ใช่ "มีสี" แต่เป็นเกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องถูกต้องตาม กฎระเบียบหรือไม่ แต่มันสะท้อนความไม่เป็นธรรม ไม่ชอบธรรม และไม่ยุติธรรม ซึ่งสำคัญยิ่งยวดในสังคมประชาธิปไตย
ซึ่งแน่ละ หลายคนบอกว่านักการเมืองก็ทำ นักการเมืองยัดลูกเข้าทหารตำรวจก็มีแล้ว แต่อ้าว ไหนว่าจะไม่ทำอย่างนักการเมือง แต่ย้ายตำรวจที หนังสือพิมพ์ลงข่าวทุกฉบับ นี่ผัวรัฐมนตรี นี่เด็กคนนั้นคนนี้ นี่นายกฯ เลือกมา
โห กระทั่งคนสนิทประธานกปปส.ก็ยังมี ไหนว่ากปปส.เรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจ
เรื่อง "เด็กฝาก" ในสำนักงานตำรวจฯ ยังทอยวิบากกรรมไปถึงศาลปกครอง ซึ่งคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง เพิ่งมีมติให้ประธานศาลปกครองสูงสุดออกจากราชการฐานผิดวินัยร้ายแรง โดยชี้ว่าท่านมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ "จดหมายน้อย" ที่เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองมีหนังสือถึง ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. แจ้งความประสงค์ของท่านประธาน สนับสนุนรองผู้กำกับคนหนึ่งให้เป็นผู้กำกับ โดยอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทกับหลานชายและได้ช่วยดูแลท่าน
คงจำกันได้นะครับ เลขาธิการศาลปกครองให้สัมภาษณ์ "ตำรวจหลายคนก็ทำกันอยู่เป็นปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมายอะไร" โดยไม่ได้ปฏิเสธว่าท่านประธานไม่มีส่วนรู้เห็น
ท่านผิดจริงหรือไม่ ชาวบ้านคงมิกล้าไปตัดสิน แต่ถ้าท่านรู้เห็นจริง ต่อให้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดวินัย ก็ผิดจริยธรรม เสียความชอบธรรมต่อตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุดในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง
นี่เป็นอุทาหรณ์ว่า "ความชอบธรรม" ที่ชอบด่านักการเมืองกันนัก ระวังไว้ให้ดี ใช้อำนาจไม่ชอบธรรมบ่อยๆ ไม่ว่าอำนาจไหนก็พังได้ไม่รู้ตัว
