ไม่ได้ซ้ำเติมทั่นประธาน "จดหมายน้อย" คือไม่ได้ชี้ว่าทั่นผิดหรือไม่ผิด แค่อธิบายว่า เมื่อทั่นหลั่งน้ำตา "ไม่ยอมรับ" มติ กศป. แต่ไม่ร้องศาลเพิกถอน ก็ต้องโดนคำสั่งปลดสิครับ
ส่วนที่ทั่นอ้างว่ามติ กก.สอบวินัย 3-2 ไม่ผิด กศป.กลับมีมติว่าผิด เรียนว่ามติ กก.สอบวินัยไม่มีผลบังคับ กศป.นะครับ นี่เป็นมาตรฐานที่ศาลปกครองเคยวินิจฉัยไว้นับคดีไม่ถ้วน เช่น ข้าราชการถูกสอบวินัย กก.สอบเห็นว่าไม่ผิด ต่อให้มีมติเอกฉันท์ แต่อธิบดีซึ่งมีอำนาจปลด ดูสำนวนแล้วเห็นว่าผิด ก็ปลดได้ ข้าราชการวิ่งโร่มาฟ้องศาลปกครองก็หงายไป เพราะศาลเห็นว่าอธิบดีมีอำนาจ ไม่จำเป็นต้องทำตามมติ กก.สอบวินัย
อีกคำถามว่า มติ กศป.ชี้ผิด 7-0 ให้ออก 6-0 (เพราะคนหนึ่งต้องออกจากที่ประชุม) ในขณะที่ กศป.มี 13 คน ถือว่ามตินี้ครบองค์ประชุมไหม เกินครึ่งไหม
กศป.2 คนไปนอก ส่วนอีก 4 คนรวมประธาน เคยเป็นกรรมการสอบมาก่อน จึงต้องออกจากห้องประชุม ไม่สามารถร่วมลงมติ ฉะนั้นคนลาประชุมจริงๆ จึงมีแค่ 2 คน และต่อมาเมื่ออีกคนต้องลาไปภารกิจระหว่างตัดสินโทษ ก็เท่ากับลา 3 คนเท่านั้น
อีก 4 คนนั้นที่ไม่สามารถร่วมลงมติ ถือว่าอยู่ในองค์ประชุมครับ
คำถามสุดท้าย ทำไมดิเรกฤทธิ์คนเขียนจดหมายน้อยไม่โดนให้ออก ทั่นประธานโดนให้ออก
เพราะผู้มีอำนาจลงโทษเป็นคนละองค์กรกัน ศาลปกครอง (และศาลยุติธรรม) มีข้าราชการแยก 2 ฝ่ายคือฝ่ายตุลาการ กับฝ่ายธุรการ
ดิเรกฤทธิ์เป็นข้าราชการธุรการ ขึ้นต่อประธาน ประธานสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอง (ชี้ว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรงลงโทษตักเตือน) กศป.ไม่มีอำนาจลงโทษดิเรกฤทธิ์ จนดิเรกฤทธิ์ลาออกไปเอง
แต่ตัวทั่นประธานเป็นข้าราชการตุลาการ อยู่ในอำนาจ กศป.จึงไม่รอด
