ฟิเดล คาสโตร ชี้สหรัฐฯติดหนี้คิวบา
อดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร ของคิวบา ระบุในจดหมายเปิดผนึกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 89 ว่า สหรัฐฯติดหนี้คิวบาจากการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับคิวบา ซึ่งนับเป็นท่าทีล่าสุดของอดีตผู้นำคิวบา ที่มีขึ้นก่อนหน้าพิธีเปิดทำการสถานทูตสหรัฐฯในกรุงฮาวานา อย่างเป็นทางการในวันนี้ (14 ส.ค.)
จดหมายของนายคาสโตร ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แกรนมา ของทางการคิวบาเมื่อวานนี้ ไม่ได้กล่าวถึงพิธีเปิดทำการสถานทูตสหรัฐฯในคิวบาที่นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯจะเป็นประธานเปิดอย่างเป็นทางการ หลังจากทั้งสองประเทศกลับมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง ทว่านายคาสโตรกลับวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความไม่ไว้วางใจนโยบายด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
อดีตผู้นำคิวบา ระบุว่า สหรัฐฯติดหนี้คิวบามูลค่ามหาศาล จากการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบาเมื่อปี 2503 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่เศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ผ่านมาคิวบาระบุว่า การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวถูกยกเลิก นอกจากนี้ นายคาสโตร ยังบอกว่า คิวบายึดมั่นในไมตรีจิตและสันติสุข แต่ขณะเดียวกันจะไม่หยุดต่อสู้เพื่อสันติสุขและความเป็นอยู่อันดีของประชาชน โดยไม่คำนึงถึงสีผิวและเชื้อชาติ
ทั้งนี้ นายคาสโตร ขึ้นเป็นผู้นำประเทศจากการปฏิวัติคิวบาเมื่อปี 2502 และยกตำแหน่งดังกล่าวให้นายราอูล คาสโตร น้องชายเมื่อปี 2549 เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ สำหรับพิธีเปิดทำการสถานทูตสหรัฐฯในกรุงฮาวานาอย่างเป็นทางการในวันนี้ จะมีอดีตนาวิกโยธิน 3 นายที่เป็นผู้เชิญธงชาติสหรัฐฯลงจากยอดเสาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2504 เป็นผู้ทำหน้าที่เชิญธงกลับขึ้นสู่ยอดเสาอีกครั้ง
ภาพประกอบ: ประธานาธิบดีเวเนซูเอลาและประธานาธิบดีโบลิเวีย (คนซ้ายและกลาง ตามลำดับ) เข้าพบนายคาสโตรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเขา
