Single Gateway สะท้อนสถานะรัฐ กระทบสิทธิความเป็นมนุษย์ จุดเริ่มต้นความไม่กล้าแสดงความคิดเห็นคนไทย
*******************************
ดร.นคร เสรีรักษ์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ PrivacyThailand กล่าวผ่านวอยซ์ทีวี กรณีนโยบาย"ซิงเกิล เกตเวย์" มีใจความว่า
หลักการมีอยู่ว่าจุดเชื่อมต่อของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยกับประเทศต่างๆทั่วโลกจะมีทางเชื่อมอยู่ที่จุดเดียวเท่านั้น ที่ในปัจจุบันมี 15-16 ทางเชื่อม อาจจะถึง 20 ทางเชื่อมแล้ว การมีจุดเชื่อมจุดเดียว แน่นอนจะเป็นจุดที่ควบคุมง่าย เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นในจุดนี้จุดเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทบแน่นอนมี 2 เรื่อง 1.จะไปกระทบกับการไหลเวียนอิสระของข้อมูลข่าวสาร 2.ไปกระทบกับสิทธิความเป็นส่วนตัวในเรื่องข้อมูลส่วนตัวของประชาชน
โดยหลักข้อมูลข่าวสารจะต้องมีเสนีภาพในการเคลื่อนย้ายถ่ายเทเคลื่อนไหวไปมา ขณะเดียวกันก็เป็นเสรีภาพของประชาชน ที่จริงถือเป็นถึงระดับเสรีภาพของมนุษย์ มนุษย์มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ความรู้ใดๆทั้งหลายทั้งปวงในโลก เป็นสิทธิมนุษยชน
"ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอาใคร หน่วยงานใดมาควบคุม มาตรวจ ใช้หลักเกณฑ์อย่างไร มีวิธีการรูปแบบการทำงานอย่างไรในการมาตรวจ แต่สิ่งที่เห็นว่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือมันง่ายต่อการที่คุณจะควบคุม คุณจะตรวจสอบ คุณจะกำกับ คุณจะกักกัน หรือคุณจะเซนเซอร์ สุดท้ายจะนำมาซึ่งการปิดเว็บไซต์ การสั่งห้ามการดำเนินการนำเข้าข้อมูล ดูเหมือนตอนนี้จะมีท่านหนึ่งพูดถึงว่าจุดประสงค์เพื่อป้องกันการนำเข้าข้อมูลที่ไม่เหมาะสมจากต่างประเทศ ประเด็นคือว่า เกตเวย์ตัวนี้ไม่ได้ควบคุมเฉพาะการนำเข้าเท่านั้น การส่งออกข้อมูลจากบ้านเราไปต่างประเทศ มันก็อยู่ที่เกตเวย์นี้ตัวเดียวเหมือนกัน การมีจุดเดียวแน่นอน การควบคุมมันก็เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และก็ทำได้ง่าย ถามว่ากระทบมั๊ย..แน่นอน การไหลเวียนโดยอิสระของข้อมูลข่าวสาร สิทธิรับรู้ สิทธิการเข้าถึงข้อมูลของประชากระทบอย่างแน่นอน"ดร.นคร กล่าว
เมื่อถามว่า ประเทศอื่นไม่นิยมทำ ยกเว้น จีน พม่า เกาหลีเหนือ กล่าวว่า ในทางเทคนิคมีอยู่หลายรูปแบบ หลายประเทศใช้ซิงเกิล เกตเวย์
"จะมี 2 ด้านที่เผชิญหน้ากันอยู่เสมอ ด้านหนึ่งคือ "ด้านความมั่นคงของชาติ" กับอีกด้านคือ "เสรีภาพของประชาชน" อยู่ที่ว่าเราจะสร้างสมดุลให้มันเกิดขึ้นระหว่าง 2 สิ่งนี้ได้อย่างไร ถามว่าประเทศเราจะทำแบบประเทศจีนได้มั๊ย อันนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของรัฐว่ารัฐเราเป็นรัฐแบบไหน ถ้าในรัฐเสรีประชาธิปไตยต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐที่เป็นเสรีประชาธิปไตย ก็แน่นอนเขาคงไม่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนรู้อะไรมากๆ หรือแสดงความคิดเห็นอะไรมากๆ"ดร.นคร ย้ำ
ดร.นคร ย้ำว่า การใช้ซิงเกิลเกตเวย์ คือการสะท้อนสถานะของรัฐในขณะนั้น ถ้าในไทยนโยบายของรัฐจะเป็นซิงเกิลเกตเวย์ ถามว่าที่ผ่านมารัฐควบคุมหรือไม่ รัฐก็ปิดเว็บไซต์หลายพันเว็บในรอบหลายปีที่ผ่านมา
"เรามีนโยบายที่บอกว่าให้ลูกเสือไซเบอร์คอยตรวจสอบดูแล แล้วแจ้งข้อมูลไปว่าเว็บไหนไม่เหมาะสม แล้วกระทรวงไอซีทีก็ปิดให้ท่าน ผมคิดว่ามันก็มีอยู่แล้วสิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ว่าซิงเกิลเกตเวย์ หรือเป็นอะไร แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าพอเป็นซิงเกิลเกตเวย์ การควบคุมดูแล การตัดตอนตรงนี้มันง่ายขึ้น"ดร.นคร กล่าว
ดร.นคร พูดถึงเส้นแบ่งระหว่าง"ความมั่นคงของชาติ" กับ"เสรีภาพของประชาชน"ว่า ประเด็นที่จะไปกระทบกับการไหลเวียนอิสระของข้อมูลข่าวสาร และกระทบกับสิทธิความเป็นส่วนตัวในเรื่องข้อมูลส่วนตัวของประชาชน เป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะข้อมูลที่เคลื่อนไหวไปมา มีข้อมูลส่วนบุคคลมากมายมหาศาล
" โดยเฉพาะข้อมูลการสื่อสาร เราติดต่อกับใคร เราส่งอีเมลถึงใคร เรามีการแสดงความคิดเห็นของเราอย่างไร เราโทรศัพท์ถึงใคร ประเด็นที่เราติดต่อด้วยเรื่องอะไร สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เพราะฉะนั้นพอมาอยู่ในระบบตรงนี้ทั้งหมด กรณีซิงเกิลเกตเวย์ ก็แน่นอนรัฐก็สามารถเข้ามาควบคุม เข้ามาแทรกแซง เข้ามาเฝ้าระวังหรือสอดแนมพฤติกรรมของประชาชนได้ดั่งใจ จุดนี้จะทำให้กระทบกับสิทธิการแสดงความคิดเห็น อีกหน่อยเราก็ไม่กล้า เราก็ไม่กล้าเขียนอีเมลถึงเพื่อนเรา เราไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าโพสต์บนเฟซบุ๊กว่าเรามีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ประเด็นตรงนี้จะกระทบกับการเป็นส่วนตัวของประชาชน"ดร.นคร กล่าวทิ้งท้าย
****************************
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า โครงการการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ ผ่านโครงข่ายช่องทางเดียว หรือแนชั่นแนล ซิงเกิ้ล อินเตอร์เน็ต เกตเวย์ ไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
แต่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ เช่น ลดต้นทุนผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ตให้ใช้งานร่วมกัน ความปลอดภัยของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบได้เมื่อเกิดภัยทางอินเทอร์เน็ต และไม่เน้นการใช้งานเพื่อความมั่นคงด้วย
ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณากระบวนการเพื่อความรอบคอบ ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีจะเชิญภาคธุรกิจและประชาชนร่วมหารือทำความเข้าใจ
