CAT รับลูกพัฒนา “ศูนย์กลางดิจิตัล”
ผู้บริหาร CAT เผยกำลังพัฒนาศูนย์กลางดิจิตัลดึงเส้นทางจราจรเข้าประเทศไทย ชี้มีจุดแข็งเพราะคนไทยใช้โซเชียลมีเดียสูงเป็นอันดับสองของโลก ยอมรับสาธารณูปโภคด้านนี้ยังล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน
รัฐบาลกำลังผลักดันโครงการจัดตั้ง Single Gateway โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจดิจิตัลในภูมิภาค ก่อนหน้านี้ พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธาน กสทช. ระบุว่าต้องการสร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาใช้ช่องทางเชื่อมต่อของไทย และตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิตัล โดยหน่วยงานที่จะรับผิดชอบดำเนินการคือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT
รัฐบาลกำลังผลักดันโครงการจัดตั้ง Single Gateway โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจดิจิตัลในภูมิภาค ก่อนหน้านี้ พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธาน กสทช. ระบุว่าต้องการสร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาใช้ช่องทางเชื่อมต่อของไทย และตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิตัล โดยหน่วยงานที่จะรับผิดชอบดำเนินการคือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT
พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท.ฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า บริษัทฯ กำลังพัฒนาศูนย์ “กลางดิจิตอล” โดยย้ำว่าไม่ใช่เรื่องของ Single Gateway แต่สิ่งที่พัฒนาจะช่วยดึง ‘ทราฟฟิก’ หรือเส้นทางจราจรดิจิตัลเข้ามายังไทย ซึ่งมีสภาพภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเป็นข้อได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อที่เป็นเส้นทางตรงกว่าของทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ และยังมีจุดแข็งจากการที่ไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก โดยเฉพาะเฟซบุ๊กและไลน์ ที่มีผู้ใช้สูงเป็นอันดับสองของโลก หากย้ายศูนย์กลางการจราจรดิจิตัลมาเชื่อมต่อในไทย ก็น่าจะเป็นแรงจูงใจภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ดี พ.อ.สรรพชัย ชี้ว่าไทยมีข้อเสียเปรียบคือมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านนี้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
“ต้องยอมรับว่าเราเริ่มช้า เรามาทีหลัง เพราะสิงคโปร์และมาเลเซีย มีการสนับสนุนบางส่วนทำให้ต้นทุนถูกกว่าของไทยเยอะ แต่ของเราเอง ถ้าเรามีการปรับนโยบายต่างๆ และหากรัฐบาลให้การอุดหนุนก็สามารถจะแข่งขันได้”
“ต้องยอมรับว่าเราเริ่มช้า เรามาทีหลัง เพราะสิงคโปร์และมาเลเซีย มีการสนับสนุนบางส่วนทำให้ต้นทุนถูกกว่าของไทยเยอะ แต่ของเราเอง ถ้าเรามีการปรับนโยบายต่างๆ และหากรัฐบาลให้การอุดหนุนก็สามารถจะแข่งขันได้”
พ.อ.สรรพชัย กล่าวด้วยว่า บริษัท กสท.ฯ กำลังจัดเตรียมโครงการลงทุนเพื่อเสนอแนวทางให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาใน 1 เดือน โดยจะเสนอร่วมกับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เพราะทั้งสององค์กรมีปริมาณการจราจรดิจิตัลออกนอกประเทศรวมกันราว 40% ของทั้งหมด หากรัฐให้การสนับสนุนเพิ่มศักยภาพช่องทางการเชื่อมต่อช่องสัญญาณก็น่าจะเป็นแรงจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาใช้ช่องทางของทั้งบริษัท กสท.ฯ และทีโอที มากกว่าเอกชนรายอื่น ทั้งนี้ หากรัฐบาลเห็นพ้องในแนวทางที่เสนอก็น่าจะเริ่มต้นโครงการได้ตั้งแต่ปีหน้า
