สายๆ วันนี้แวะเข้าบิ๊กซี บังเอิญผ่าน เลยแวะจ่ายค่าไฟ (5 บาท ผมไม่เคยจ่าย 7-11 ให้มันเอาเปรียบ) กินก๋วยเตี๋ยวกินกาแฟ ระหว่างรอกาแฟ (แผง-ไม่ชอบร้านดังแพงๆ) มีพวกเช่าแผงขายในห้างมาคุยกันหน้าละเหี่ย บิลค่าเช่า ของเก่ายังไม่ได้จ่าย ของใหม่มาอีกแล้ว ขายไม่ดีเลย นี่มีร้านนึง จะถูกบอกเลิกไม่ต่อสัญญา
แหม่ เรารึคันปาก อยากบอกว่า ไม่รอนโยบายท่านสมคิดก่อนล่ะ เศรษฐกิจจะรุ่งเรืองแล้วนะ ท่านประยุดก็บินไปปาฐกถาอวดชาวโลกถึงอเมริกา
แต่ไม่กล้า กลัวโดนยำตีน แล้วกาแฟก็จะสาดใส่หน้า 555
เห็นมีแต่พวกนักวิเคราะห์ละครับที่บอกเศรษฐกิจจะดีๆๆ เพราะพวกนี้มีอาชีพขายข่าวดี พูดแง่ร้ายจะขายได้ไง ตลาดหุ้นตลาดทุน สมาคมหอการค้า ก็ไม่ต่างกัน ถ้าไม่ขายข่าวดี ก็กลัวจะยิ่งฉิบหาย นี่เป็นธรรมดาของโลก เมื่ออยู่ในยุคซัพพลายล้นดีมานด์ อะไรก็ขายไม่ออก ก็ต้องครึ่งจริงครึ่งหลอกพยุงกันไป คนเล่นหุ้นก็ต้องหาตัวเล่น เพื่อทำราคาให้ได้ ไม่งั้นตลาด โบรกเกอร์ จะอยู่จะกินอะไร
เพียงแต่สังคมไทยมีข้อแตกต่าง คือคนชั้นกลางจำนวนมาก อยู่ในระบบราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเทอะทะใหญ่โต เป็น "ระบอบพระยาเลี้ยง" อย่างที่มีคำพังเพยในอดีต "สิบพ่อค้าหรือจะเท่าพระยาเลี้ยง" ข้าราชการไทยไม่เคยเดือดร้อนกับภาวะเศรษฐกิจ เว้นแต่ของแพง ยิ่งเงินฝืดยิ่งชอบ ยังไงก็มีเงินเดือนกิน เงินเดือนขึ้นทุกปี มีสวัสดิการ มีค่ารักษาพยาบาล เผื่อแผ่กันแทบทุกครอบครัว (เช่นแม่มีลูก 4 คน คนหนึ่งเป็นข้าราชการ อีก 3 คนก็สบายไป) คนที่เดือดร้อนจึงมีแต่คนชั้นกลางระดับล่าง คนค้าขายรายย่อย หรือ SME แต่คนชั้นกลางที่เป็นข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจดันเสียงดังกว่า
00000
ทำสวยไฮโซแถลงข่าวเอาดีใส่ตัว ไม่เกี่ยวข้องไม่รับผิดชอบกับการกระทำชั่วๆ ของม็อบที่เหยียดหยามทำร้ายตำรวจ ถ้าอย่างนั้น ตอนนั้น ทำไมไม่แสดงตัวละครับ ว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกที่ไปปลดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือประณามคนร้ายที่โยนระเบิดใส่ตำรวจ
เหมือนอย่างที่ตระกูลภิรมย์ภักดีเฉดหัวออก ไม่ร่วมรับผิดชอบการกระทำของเธอไงล่ะ
(เรื่องนี้เล่าแบ็กกราวด์นิดนึง ผมเคยเจอคนเบียร์สิงห์ เขายืนยันว่าในนั้นมีทุกสี แต่กฎเหล็กที่ "เจ้าคุณปู่" ตั้งไว้คือห้ามเอาเบียร์สิงห์ไปยุ่งการเมือง ไม่งั้นมึงจะขายใคร สมัคร ส.ส.ก็เหนื่อยพอแล้ว ยังไปนำม็อบล้มเลือกตั้งอีก)

