สิงคโปร์ไม่พอใจอินโดนีเซีย หลังมลพิษจากควันไฟป่าแตะระดับสูงสุด
กระแสความไม่พอใจของสิงคโปร์ที่มีต่ออินโดนีเซียเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันจากไฟป่ากำลังรุนแรงขึ้น โดยล่าสุดพบว่า มลพิษจากควันไฟป่าในอินโดนีเซียที่ลอยเข้าปกคลุมสิงคโปร์แตะระดับสูงสุดในปีนี้ และทำให้ต้องสั่งปิดทำการโรงเรียนลงชั่วคราว
ดัชนีมาตรฐานมลพิษ (PSI) ในสิงคโปร์เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (25 ก.ย.) พุ่งแตะระดับ 341 โดยหากระดับ PSI มีค่าเกิน 100 จะถูกจัดให้อยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่หากมีค่าเกิน 300 ก็จะถือว่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย
ด้านนายเค ชันมูกัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คตำหนิเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินโดนีเซียที่ออกมาแสดงความเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่คำนึกถึงชาวสิงคโปร์หรือประชาชนของตนเอง และเป็นการพูดอย่างไม่มีความละอายใจและไร้ความรับผิดชอบ พร้อมชี้ว่า ค่า PSI ในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซียพุ่งเกือบแตะระดับ 2,000 แล้ว
อย่างไรก็ตาม นายชันมูกัมไม่ได้ระบุชัดเจนว่าตำหนิผู้ใด แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดียูซุฟ คัลลา ของอินโดนีเซียได้สร้างความไม่พอใจให้หลายฝ่ายด้วยการกล่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านอินโดนีเซียควรจะยินดี ที่ปีหนึ่งมีช่วงที่คุณภาพอากาศดีอยู่ถึง 11 เดือน
ปัญหาหมอกควันไฟป่ามีสาเหตุสำคัญมาจากการเผาป่าเพื่อทำสวนปาล์มและสวนยางพาราในอินโดนีเซีย ซึ่งมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในปีนี้ทำให้สิงคโปร์ต้องดำเนินมาตรการฉุกเฉินต่างๆ รวมทั้งการสั่งปิดทำการโรงเรียนประถมและมัธยมทั้งหมดเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ส่วนธุรกิจอาหารจานด่วน อาทิ แมคโดนัลด์, เคเอฟซี และพิซซ่าฮัท ต้องระงับบริการส่งอาหารแก่ลูกค้าลงชั่วคราวเมื่อวานนี้ เพราะเป็นห่วงสุขภาพของพนักงาน แต่หลังจากค่า PSI ลดต่ำกว่าระดับ 300 ในช่วงเย็นของวันนี้ทางบริษัทได้กลับมาให้บริการดังกล่าวอีกครั้ง
ภาพประกอบ (บน) ภาพเปรียบเทียบสภาพอากาศที่ท่าเรือแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ระหว่างช่วงที่มีควันไฟป่าและช่วงปกติ (ล่าง) ชาวสิงคโปร์จำนวนมากยังต้องใส่หน้ากากขณะออกจากบ้าน

 
Top