ภาพการเสียชีวิตของเด็กน้อยวัย 3 ขวบจากซีเรีย ทำให้ทัศนคติต่อผู้อพยพของเราเปลี่ยนไปหรือไม่?
ห้องข่าวบีบีซีเทรนดิ้งรายงานว่า ในโลกออนไลน์ตอนนี้กำลังมีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน กรณีภาพถ่ายเด็กน้อยชาวซีเรียวัย 3 ขวบ ที่จมน้ำเสียชีวิตและถูกกระแสน้ำพัดมาเกยชายหาดแห่งหนึ่งในตุรกี เด็กน้อยคนดังกล่าวมีชื่อว่า อัยลาน เคอร์ดี และเป็น 1 ในกลุ่มผู้อพยพ 12 คนที่ประสบเหตุเรือล่มนอกชายฝั่งตุรกี ขณะที่กำลังพยายามเดินทางเข้าไปยังสหภาพยุโรป (อียู) โดยมีจุดหมายที่เกาะโคสในประเทศกรีซ
สำนักข่าวแห่งหนึ่งในตุรกีได้เผยแพร่ภาพชุด ขณะที่กระแสน้ำพัดศพเด็กน้อยเข้ามาเกยหาดและตำรวจนายหนึ่งอุ้มศพเด็กขึ้นมา มีการแชร์ภาพชุดดังกล่าวอย่างกว้างขวางตามสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับภาพชุดนี้ มีอยู่ 5 ประเด็นหลัก
1. “มนุษยธรรมเกยหาด” นี่เป็นประโยคหนึ่งที่มีการใช้กันในตุรกี เวลาแชร์ภาพดังกล่าวพร้อมกับแฮชแทคในภาษาตุรกี #kiyiyavuraninsanlik โดยแฮชแทคนี้มีผู้ใช้กว่า 200,000 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในตุรกีต่างวิจารณ์ถึงประเด็นทางมนุษยธรรม เช่น “คุณควรเงียบเวลาเด็กนอน แต่ไม่ใช่ตอนเด็กตาย”, “อภัยให้เราด้วยเด็กน้อย ที่เราไม่ใส่ใจหนูมากเท่ากับใส่ใจเวลาวาฬมาเกยตื้นที่หาด” ส่วนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในภาษาอังกฤษต่างวิจารณ์ว่า ภาพดังกล่าวจะเปลี่ยนทัศนคติของยุโรปเกี่ยวกับผู้อพยพหรือไม่ และภาพดังกล่าวนี้ต่างไปจากภาพผู้อพยพภาพอื่น ๆ ที่มาจากซีเรียอย่างไร
2. นี่คือภาพในแบบที่เราควรจดจำหนูน้อยคนนี้
นี่คือภาพขณะที่หนูน้อยอัยลาน กับพี่ชายวัย 5 ขวบยังมีชีวิตอยู่ และทั้งสองหัวเราะอย่างมีความสุข เป็นภาพที่มีการแชร์กันมากเช่นกัน ผู้ส่งต่อภาพดังกล่าว บอกว่านี่เป็นภาพที่เราควรใช้จดจำหนูน้อยคนนี้ มีการใช้ชื่อหนูน้อยอัยลาน เคอร์ดีกว่า 50,000 ครั้งทางทวิตเตอร์
นี่คือภาพขณะที่หนูน้อยอัยลาน กับพี่ชายวัย 5 ขวบยังมีชีวิตอยู่ และทั้งสองหัวเราะอย่างมีความสุข เป็นภาพที่มีการแชร์กันมากเช่นกัน ผู้ส่งต่อภาพดังกล่าว บอกว่านี่เป็นภาพที่เราควรใช้จดจำหนูน้อยคนนี้ มีการใช้ชื่อหนูน้อยอัยลาน เคอร์ดีกว่า 50,000 ครั้งทางทวิตเตอร์
3. คุณมีสิทธิ์ที่จะแชร์ภาพหรือไม่?
บีบีซีเลือกที่จะแชร์ภาพเพียงภาพเดียว คือ ภาพที่ตำรวจตุรกีอุ้มศพหนูน้อยขึ้นมา ซึ่งไม่เห็นหน้าหนูน้อยแต่อย่างใด แต่ก็มีสื่อหลายเจ้าได้ตีพิมพ์ภาพที่เผยให้เห็นรายละเอียดของศพหนูน้อยอัยลานมากกว่านั้น ทำให้มีการถกเถียงในสื่อสังคมออนไลน์ถึงความเหมาะสมและเป้าหมายในการส่งต่อหรือรีทวีตภาพที่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับหนูน้อย บล็อกด้านสิทธิมนุษยชนบล็อกหนึ่งชี้ว่า ภาพที่มีการแชร์กันอาจโน้มน้าวผู้นำในยุโรปให้เห็นใจผู้อพยพได้ แต่มีอีกหลายคนต่างเรียกร้องไม่ให้แชร์ภาพ เพราะสะเทือนใจและเผยรายละเอียดมากเกินไป
บีบีซีเลือกที่จะแชร์ภาพเพียงภาพเดียว คือ ภาพที่ตำรวจตุรกีอุ้มศพหนูน้อยขึ้นมา ซึ่งไม่เห็นหน้าหนูน้อยแต่อย่างใด แต่ก็มีสื่อหลายเจ้าได้ตีพิมพ์ภาพที่เผยให้เห็นรายละเอียดของศพหนูน้อยอัยลานมากกว่านั้น ทำให้มีการถกเถียงในสื่อสังคมออนไลน์ถึงความเหมาะสมและเป้าหมายในการส่งต่อหรือรีทวีตภาพที่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับหนูน้อย บล็อกด้านสิทธิมนุษยชนบล็อกหนึ่งชี้ว่า ภาพที่มีการแชร์กันอาจโน้มน้าวผู้นำในยุโรปให้เห็นใจผู้อพยพได้ แต่มีอีกหลายคนต่างเรียกร้องไม่ให้แชร์ภาพ เพราะสะเทือนใจและเผยรายละเอียดมากเกินไป
4. “ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนอาหรับตายไปแล้ว”
ในสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ภาษาอาหรับ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่ใหญ่กว่าการถกเถียงในภาษาอังกฤษ มีการทวีตข้อความโดยใช้แฮชแทคที่แปลว่า “เด็กชาวซีเรียจมน้ำตาย” กว่า 300,000 ครั้ง หลายคนถกเถียงในประเด็นด้านมนุษยธรรม และในวันนี้ (3 ก.ย.) มีแฮชแทคที่กำลังมาแรงคือ #ArabConscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนอาหรับ) ผู้ใช้ต่างถกเถียงว่า ชาติอาหรับจะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบต่อผู้ลี้ภัยที่เป็นชาวอาหรับด้วยกัน ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศตะวันตก ทั้งมีการรณรงค์ให้ชาติอาหรับที่ร่ำรวยเปลี่ยนกฎหมายที่เข้มงวดเรื่องผู้ลี้ภัยด้วย
ในสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ภาษาอาหรับ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่ใหญ่กว่าการถกเถียงในภาษาอังกฤษ มีการทวีตข้อความโดยใช้แฮชแทคที่แปลว่า “เด็กชาวซีเรียจมน้ำตาย” กว่า 300,000 ครั้ง หลายคนถกเถียงในประเด็นด้านมนุษยธรรม และในวันนี้ (3 ก.ย.) มีแฮชแทคที่กำลังมาแรงคือ #ArabConscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนอาหรับ) ผู้ใช้ต่างถกเถียงว่า ชาติอาหรับจะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบต่อผู้ลี้ภัยที่เป็นชาวอาหรับด้วยกัน ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศตะวันตก ทั้งมีการรณรงค์ให้ชาติอาหรับที่ร่ำรวยเปลี่ยนกฎหมายที่เข้มงวดเรื่องผู้ลี้ภัยด้วย
5. เสียงเรียกร้องให้แก้ไขระบบการยื่นขอเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศตะวันตก ซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักรด้วย
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้ผ่อนปรนกฎหมายผู้ลี้ภัย โดยแฮชแทค#Refugeeswelcome ที่ถกเถียงถึงการผ่อนปรนมาตรการรับผู้อพยพของเยอรมนี มีการแชร์ถึง 74,000 ครั้ง นอกจากนั้นได้มีการรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ของรัฐสภาอังกฤษ เรียกร้องให้อังกฤษรับผู้ขอลี้ภัยมากขึ้น และเพิ่มมาตรการอุดหนุนผู้อพยพที่อยู่ในอังกฤษแล้ว ล่าสุดมีผู้เข้าไปลงชื่อเกิน 140,000 ชื่อแล้ว
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้ผ่อนปรนกฎหมายผู้ลี้ภัย โดยแฮชแทค#Refugeeswelcome ที่ถกเถียงถึงการผ่อนปรนมาตรการรับผู้อพยพของเยอรมนี มีการแชร์ถึง 74,000 ครั้ง นอกจากนั้นได้มีการรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ของรัฐสภาอังกฤษ เรียกร้องให้อังกฤษรับผู้ขอลี้ภัยมากขึ้น และเพิ่มมาตรการอุดหนุนผู้อพยพที่อยู่ในอังกฤษแล้ว ล่าสุดมีผู้เข้าไปลงชื่อเกิน 140,000 ชื่อแล้ว





