ศาลอุทธรณ์ลงโทษเพิ่มคนอัพโหลดคลิป “บรรพต” เข้าสู่อินเตอร์เน็ต ชี้แม้ไม่ได้ผลิตเนื้อหาแต่ทำให้คนเข้าถึงมากขึ้นถือว่าผิดตามมาตรา 112 สั่งตัดสินจำคุกนานขึ้นและลงโทษโดยไม่รอลงอาญา
เช้าวันนี้ 3 ก.ย. ที่ศาลอุทธรณ์ รัชดา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งลงโทษนายเฉลียว จันเขียดซึ่งถูกกล่าวหาว่าอัพโหลดคลิปของนักจัดรายการวิทยุในชื่อ “ดีเจบรรพต” ที่ถือว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นสถาบันเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต โดยศาลอุทธรณ์ให้เพิ่มโทษจากเดิมที่ศาลชั้นต้นตัดสินไว้ จาก 3 ปีเป็น 5 ปี และโดยไม่รอลงอาญา แต่จำเลยสารภาพจึงให้ลดเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน ศาลระบุว่าแม้จำเลยไม่ได้ผลิตเนื้อหาที่หมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ขึ้นเอง แต่เป็นคนนำเนื้อหาเข้าสู่ระบบการเผยแพร่และทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้
ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นได้พิจารณาคดีที่นายเฉลียวโดยให้จำคุก 3 ปี และลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือ 1 ปี 6 เดือน เนื่องจากจำเลยรับสารภาพ ให้รอลงอาญาโทษจำคุกไว้และคุมประพฤติ

นายเฉลียว จำเลยคดีอาญามาตรา 112 ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเดียวกับ “บรรพต” นักจัดรายการวิทยุที่เผยแพร่ข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ นายเฉลียวรับสารภาพว่าเป็นผู้อัพโหลดคลิปจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้จัดรายการ ไม่ได้เป็นนายบรรพตตามที่ถูกกล่าวหา
วันนี้ศาลอุทธรณ์ได้แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยให้เหตุผลว่าแม้จำเลยจะไม่ใช่ผู้กระทำคลิปขึ้นมาเองเป็นเพียงการนำเข้าสู่ระบบ แต่การนำเข้าสู่ระบบของจำเลยสามารถทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ มีการเผยแพร่ที่ทำให้คนเข้าใจผิด และเนื้อความตามที่อัยการถอดเทปมานั้น ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงจำเป็นต้องลงโทษ ศาลอุทธรณ์ตัดสินเพิ่มโทษจำเลยดังกล่าว
ขณะนี้จำเลยอยู่ระหว่างการขอยื่นประกันตัว ซึ่งต้องวางหลักทรัพย์ราว 600,000 บาท
ก่อนหน้านี้นายเฉลียว ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อ มีชื่อปรากฏในรายชื่อตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 44/2557 ให้เข้ารายงานตัวในวันที่ 3 มิ.ย. จากนั้นเขาถูกคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร 7 วัน และถูกสอบสวนรวมถึงตรวจค้นบ้านซึ่งเป็นห้องแถวที่ทำเป็นร้านตัดเย็บผ้าย่านสะพานซังฮี้ ยึดคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือสื่อสาร
ส่วนคลิปเสียง “บรรพต” ที่เป็นต้นตอทำให้นายเฉลียวถูกดำเนินคดีนั้น เคยได้รับการเผยแพร่ให้คนทั่วไปรับฟังได้ทางอินเทอร์เน็ตทั้ง Youtube และเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งมีมากกว่า 400 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 60-120 นาที มียอดคลิกหลักพันไปจนถึงหลายหมื่นครั้ง

 
Top