เตรียมออกหมายจับเพิ่มกรณียูซุฟ มีไรลี เจ้าหน้าที่ยังรอการติดต่อของวรรณา สวนสัน อีกด้าน คสช.ขอความร่วมมือข่าวสารที่สับสน กระบวนการตามล่าหาผู้ต้องสงสัยพัวพันไปถึงอนุกรรมการสิทธิฯ จนต้องออกมาชี้แจงข่าวคนละเรื่องกัน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและโฆษกสตช.กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการขอออกหมายจับเพิ่มสำหรับชายที่ถูกจับจากชายแดนจังหวัดสระแก้ว ขณะที่อีกด้านหนึ่งกรณีนางสาววรรณา สวนสัน ซึ่งมีหมายจับด้วยกันก็กำลังรอการติดต่อจากเจ้าตัวซึ่งแสดงเจตจำนงว่าพร้อมจะกลับมาให้ปากคำ ก่อนหน้านั้น
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.แถลงในนามของศูนย์ติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติวันนี้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยสองคน คือนายอาเดม คาราดัก กับบุคคลที่ถูกจับจากสระแก้ว ซึ่ง พ.อ.วินธัยระบุชื่อว่าคือ นายยูซุฟ มีไรลี
พ.อ.วินธัยให้รายละเอียดด้วยว่า สำหรับหมายจับบุคคลที่ต้องสงสัยขณะนี้มีแล้วทั้งหมดรวม 8 คนด้วยกัน ในบรรดาบุคคลทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับมีชื่อเพียงสองคน ประกอบด้วย ชายสวมเสื้อสีเหลือง ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ ชายสวมเสื้อสีฟ้า ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทร ชายต่างชาติ 3 คน ที่อาจเกี่ยวข้องกับการครอบครองวัตถุระเบิดในห้องเช่าที่พูลอนันต์ อพาร์ทเมนต์ เขตหนองจอก ชายต่างชาติหนึ่งคน ที่อาจเกี่ยวข้องกับการครอบครองวัตถุระเบิดในห้องเช่าหอพักไมมูณา การ์เด้น โฮม เขตมีนบุรี นางสาววรรณา สวนสัน ผู้ทำสัญญาเปิดเช่าห้องพัก และล่าสุด คือ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สัญชาติตุรกี ซึ่งเป็นสามีของนางสาววรรณา
ก่อนหน้านี้มีข่าวเผยแพร่กันด้วยว่า มีการจับกุมชายคนหนึ่งจากนราธิวาส มีสื่อจำนวนหนึ่งลงข่าวพร้อมรูปและภาพบัตรประจำตัวประชาชน โดยระบุว่าชายผู้นี้ถูกจับโดยหน่วยเฉพาะกิจ 36 เป็นการสนธิกำลังเข้าจับกุม พร้อมกันนั้นได้นำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า รายละเอียดการจับกุมและสอบสวนยังเป็นความลับ ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ประวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า การจับกุมต่างๆของเจ้าหน้าที่ถือว่าทำได้ถูกตัวแน่นอน
ส่วน พ.อ.วินธัยระบุด้วยว่าขณะนี้ทางการได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ในและนอกเครื่องแบบ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราการผ่านเข้าออกชายแดน สนามบินและท่าเรือทุกแห่งด้วย นอกจากนั้นก็แสดงความเป็นห่วงเรื่องของการแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างหลากหลายซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสนได้
ในขณะที่โฆษก คสช.แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะอนุกรรมการว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือ กสม. ก็ได้ชี้แจงกับรายการวิทยุเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์เช้าวันนี้ด้วยว่า ข่าวที่มีการนำเสนอกันว่า นายอาเดม คาราดัก ผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ขณะนี้ เคยไปพบกับเจ้าหน้าที่ กสม.นั้นไม่เป็นความจริง สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงคือมีชาวอุยกูร์สองคนที่เป็นนักกิจกรรมช่วยเหลือชาวอุยกูร์ด้วยกันเดินทางมาจากต่างประเทศ ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะอนุกรรมการหลังจากที่มีการส่งตัวผู้หนีภัยชาวอุยกูร์จำนวน 109 คนไปให้กับจีน ซึ่งในการประชุมหนนั้นคณะอนุกรรมการฯจัดขึ้นเพื่อตรวจสอบว่ามีการละเมิดสิทธิของผู้หนีภัยชาวอุยกูร์เหล่านั้นหรือไม่
น.พ.นิรันดร์ กล่าวว่า นักกิจกรรมชาวอุยกูร์ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งสองคนได้ลงทะเบียน ใส่ชื่อ ตลอดจนในระหว่างการประชุมก็มีการถ่ายรูปกันไว้เป็นที่เรียบร้อย ไม่ใช่บุคคลที่ทางการสงสัยแต่อย่างใด ทุกอย่างทำอย่างเปิดเผย และการประชุมจัดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิด ในที่ประชุมมีหน่วยงานรัฐเข้าร่วม
พร้อมกันนั้นได้เรียกร้องสื่อที่ลงข่าวเรื่องนี้ให้ออกมาชี้แจงข้อมูลด้วยเนื่องจากสร้างความสับสน เข้าใจผิด ทำให้เสียหายต่อการทำงานขององค์กรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนและด้านสิทธิมนุษยชน น.พ.นิรันดร์ชี้ว่า ต้องระมัดระวังในเรื่องข่าวสารเพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการสร้างความสับสนและทำให้การทำงานช่วยเหลือเพื่อมนุษยชนกระทบกระเทือน
