นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยใหม่ อัลไซเมอร์อาจติดต่อกันได้จากเครื่องมือแพทย์หรือไม่
นักวิจัยจากยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน เสนอโจทย์การศึกษาใหม่ในวงการแพทย์ โดยต้องการเร่งพิสูจน์ว่า โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งแต่เดิมเชื่อว่าเกิดจากความชรา สามารถเกิดจากการรับโปรตีนที่เหนี่ยวนำให้เกิดโรค ซึ่งปนเปื้อนมาในเครื่องมือแพทย์ หรือในฮอร์โมนที่ฉีดให้ผู้ป่วยได้หรือไม่
ข้อสงสัยดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อคณะนักวิจัยได้ศึกษาสมองของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคครูทซ์เฟลดท์-จาคอบ (ซีเจดี) หรือโรควัวบ้าในคน 8 ราย และพบว่ามีถึง 7 รายที่สมองมีร่องรอยการเกาะตัวของโปรตีนที่เรียกว่า อะไมลอยด์ เบต้า จำนวนมาก เช่นเดียวกับที่พบในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยโปรตีนชนิดนี้สามารถเหนี่ยวนำให้เซลล์ประสาทในสมองถูกทำลายได้
นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เสียชีวิตด้วยโรคซีเจดีทั้ง 8 คนดังกล่าว ไม่มีใครเลยที่มีอายุเกิน 51 ปี แต่ทั้งหมดได้รับการฉีดโกรว์ธ ฮอร์โมนเมื่อยังเป็นเด็ก โดยในสมัยนั้นใช้ฮอร์โมนที่ได้จากมนุษย์ ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนของโปรตีนชนิดร้ายเข้ามาและไปเติบโตสะสมในสมองของผู้รับฮอร์โมนภายหลัง
ข้อสังเกตดังกล่าวทำให้นักวิจัยตั้งคำถามต่อไปว่า หากโรคซีเจดีสามารถเกิดจากการปนเปื้อนของโปรตีนร้าย และติดต่อผ่านเครื่องมือแพทย์และการฉีดยาได้ โรคอัลไซเมอร์ก็อาจติดต่อกันได้ด้วยวิธีนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า นี่เป็นเพียงข้อสงสัยเบื้องต้น ซึ่งยังไม่ได้รับการพิสูจน์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจัยและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของอังกฤษต่างออกมาบอกว่า จะต้องมีการป้องกันไว้ก่อน ด้วยการเพิ่มความระมัดระวังไม่ให้เครื่องมือแพทย์มีการปนเปื้อน ส่วนการฉีดฮอร์โมนจากมนุษย์นั้น ได้เลิกใช้ฮอร์โมนชนิดนี้ไปกว่า 30 ปีก่อนแล้ว และมีการใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ซึ่งปลอดภัยกว่าแทน อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกไปว่า อัลไซเมอร์จะติดต่อกันได้เพียงจากการสัมผัสตัวผู้ป่วยเท่านั้น

 
Top