อดีต “ทาสทางเพศ” ชาวยาซิดียืนยัน ไอเอสเป็นผู้สังหารตัวประกันสาวชาวอเมริกัน
วัยรุ่นหญิงชาวยาซิดี 3 คนที่เคยถูกกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) บังคับให้เป็นทาส ออกมายืนยันระหว่างให้สัมภาษณ์กับ พอล วู้ด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ในทางตอนเหนือของอิรักว่า น.ส.เคย์ลา มุลเลอร์ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตระหว่างถูกกลุ่มไอเอสลักพาตัวไปนั้น ถูกสังหารโดยน้ำมือของกลุ่มไอเอสเอง หลังจากถูกนายอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี ผู้นำไอเอสข่มขืนครั้งแล้วครั้งเล่า
น.ส.ดัลลา ซึ่งมีอายุเพียง 15 ปีตอนที่ถูกกลุ่มไอเอสจับตัวไปเล่าว่า เธอและวัยรุ่นหญิงชาวยาซิดีอีกคนที่ชื่อซูซาน ได้รู้จักกับ น.ส.เคย์ลา ในคุกของไอเอส ด้วยเหตุนี้จึงมีความสนิทสนมกับ น.ส.เคย์ลา ซึ่งถูกกลุ่มไอเอสลักพาตัวขณะอยู่ในซีเรียเมื่อเดือน ส.ค. 2556 และทำให้ได้ทราบว่า น.ส.เคย์ลา ถูกบังคับให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม อีกทั้งยังถูกนายบักห์ดาดี บังคับให้เป็นเสมือนภรรยาคนที่ 4 และข่มขืนเธอหลายครั้งด้วยกัน โดยขู่ว่าหากขัดขืนก็จะนำตัวเธอไปตัดศีรษะ
ส่วน น.ส.ดัลลา และ น.ส.ซูซาน ต่างก็จะถูกบังคับให้แต่งงานกับสมาชิกกลุ่มไอเอสเช่นกัน แต่ทั้งสองตัดสินใจหลบหนีออกมา โดยที่ น.ส.เคย์ลา ไม่ยอมตามไปด้วย เพราะเกรงว่าจะเป็นตัวถ่วงและกลัวว่าหากถูกจับได้ก็จะถูกลงโทษด้วยการตัดหัว ซึ่งในที่สุดพวกเธอก็หลบหนีออกมาได้สำเร็จ แต่ น.ส.เคย์ลา ต้องจบชีวิตลง โดยกลุ่มไอเอสอ้างว่า เธอเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่นำโดยสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม น.ส.อัมเช วัย 17 ปี ซึ่งถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศของนายฮาจี มูตาซซ์ แกนนำลำดับที่ 2 ของไอเอส กลับบอกว่า นายมูตาซซ์ เป็นผู้ยืนยันกับเธอว่า ไอเอสเป็นผู้สังหาร น.ส.เคย์ลา เพื่อล้างแค้นที่รัฐบาลสหรัฐฯไม่ยอมกดดันให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย หยุดทิ้งระเบิดโจมตีไอเอส จนทำให้สมาชิกในกลุ่มเสียชีวิตจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า แม้ น.ส.อัมเช จะเป็นพยานเพียงคนเดียวที่ยืนยันเรื่องนี้ แต่ก็ให้ข้อมูลอย่างละเอียดแม่นยำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯที่ได้พูดคุยกับเธอต่างลงความเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ
