ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวมุสลิม "Pavez Sharma" ได้ผ่านเรื่องราวเสี่ยงตายต่างๆมานับไม่ถ้วน จากการถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีในปี 2010 โดยใช้เพียงโทรศัพท์ไอโฟน "A Sinner in Mecca" และเพิ่งได้ออกฉายเมื่อเร็วๆนี้ มีเนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปแสวงบุญยังนครมักกะฮ์ของชาวมุสลิมทั่วโลก แต่สิ่งที่เขาต้องเผชิญมากกว่านั้นคือ การมีเพศสภาพเป็นเพศทางเลือก จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้หรือไม่
แม้จะเป็นการเสี่ยงต่อกฎหมายของซาอุดิอาระเบียในการเข้าไปบันทึกเหตุการณ์ในมัสยิดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆที่มุสลิมใช้แสวงบุญ แต่ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือกฎหมายที่ต่อต้านกลุ่มรักร่วมเพศอย่างรุนแรง แม้ว่าที่ผ่านมาผู้กำกับภาพยนตร์คนนี้ได้เปิดเผยเพศสภาพของตนเองผ่านผลงานภาพยนตร์เรื่อง"AJihad for Love" ที่ออกฉายในปี 2007
เรื่องราวในภาพยนตร์สารคดีที่ "Pavez Sharma" ต้องการจะสื่อให้เห็นก็คือความเคร่งครัดของกลุ่มมุสลิมในซาอุดิอาระเบียที่มาร่วมแสวงบุญกว่าหลายศตวรรษในขณะเดียวกันได้เกิดการท้าทายความเชื่อเดิมของพวกเขาดังเช่นที่"Sharma"เคยสร้างสารคดีบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของมุสลิมเกย์ทั่วโลกซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนาอิสลามไม่อาจยอมรับได้

สำหรับชาวมุสลิมทั่วโลกเพียงแค่การเดินทางเข้าร่วมพิธีในฮัจย์ในแต่ละปี ก็มีความยากลำบากแล้ว Pavez Sharma เล่าว่า การถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จุดประสงค์ของสารคดีเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดเรื่องราวของมุสลิม และกลุ่มคนรักร่วมเพศอย่างที่เคยทำ แต่เป็นเรื่องของกลุ่มมุสลิมที่เคร่งครัดในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด พวกเขาได้ขยายตัวกันไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้แนวคิดความรุนแรงที่เคยได้ยิน อย่างเช่นกลุ่ม ไอซิส (ISIS)หรือ อัลกออิดะห์ (al-Qaida) ไม่อาจหายไปจากโลกนี้ได้ ซึ่งเรื่่องนี้มีความสำคัญไม่น้อย
เขากล่าวถึงฉากในสารคดีที่ฉายให้เห็นการกระทำที่ป่าเถื่อนของเจ้าหน้าที่ในซาอุดิอาระเบียที่ประหารชีวิตชาวมุสลิมที่เป็นคนรักร่วมเพศซึ่งเป็นเรื่องน่าอนาถใจที่ยังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในศตวรรษที่21มันสมควรที่โลกจะต้องรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น
ขณะที่ด้านหนึ่งกลวิธีเข้าไปถ่ายทำสารคดีในพิธีฮัจย์เขาทำอย่างรอบคอบด้วยการเข้าร่วมกับกลุ่มนิกายชีอะห์โดยปกปิดตัวตนที่เป็นนิกายซุนนีรวมถึงเพศสภาพที่แตกต่าง
การเดินทางเพื่อมาเข้าพิธิฮัจย์ณนครมักกะห์ของมุสลิมทั่วโลกเปรียบเสมือนการยืนยันความศรัทธาที่มีต่ออัลเลาะห์และในครั้งนี้มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากที่สุดนอกเหนือจากการไปแสวงบุญแต่มันคือการถ่ายภาพยนตร์ที่บอกเขาว่า
"คุณเพียงแค่ทำตามศรัทธาที่คุณมีในศาสนาของคุณและต่อสู้กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมันจะทำให้รู้สึกเข้มแข็งขึ้นจากประสบการณ์และทำให้มุสลิมเกย์ทั่วโลกที่ไม่กล้าออกมาทำพิธีได้เห็นความกล้าหาญนี้" นั่นเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ
แม้อาจจะถูกมองว่าเป็นการประณามศาสนาของตัวเอง แต่เขาก็มองว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเขา ทั้งความเป็นมุสลิมและความเป็นคนรักร่วมเพศ เขาไม่สามารถตัดตัวตนใดตัวตนหนึ่งออกไปได้ ความศรัทธาที่มีต่ออัลเลาะห์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต และก็ไม่รู้ว่าจะสามารถเป็นอะไรได้อีกถ้าไม่ใช่มุสลิม
อีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องรับมือหลังจากการที่ภาพยนตร์เผยแพร่ออกไปคือความเกลียดชังไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ข่มขู่หรือการคุกคามในรูปแบบต่างๆเขายอมรับว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องใหม่เกินกว่าที่มุสลิมบางกลุ่มจะยอมรับแต่เขาก็ยืนยันว่าหากได้รับชมเนื้อหาในเว็บไซต์ ASinnerInMecca.com หรือแม้แต่ตัวอย่างสารคดีในยูทูปก็จะได้เห็นความเคารพศรัทธาที่มีต่อศาสนาอิสลามรวมถึงการส่งสารโดยตรงถึงกลุ่มมุสลิมที่เคร่งครัดในซาอุดิอาระเบียนั่นเป็นความแตกต่างของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้
"PavezSharma" ได้เดินไปบนเส้นทางของความเสี่ยงในการถูกเกลียดชัง แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องราวที่อ่อนไหวและสุ่มเสี่ยงจากการถูกโจมตี เขาหวังว่าจะไม่ถูกมองแค่เพียงเป็นคนรักร่วมเพศ แต่ต้องการให้เห็นความมุ่งมั่นที่จะทำภาพยนตร์สารคดีในฐานะมุสลิมรุ่นใหม่ที่ต้องการให้โลกได้เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงและการยอมรับความแตกต่างหลากหลายที่เกิดขึ้นบนโลก
ที่มาFilmmakerParvezSharmaon Islam,homosexuality and thenew"ASinnerinMecca"(Interview)
เรียบเรียงโดยประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ชมคลิปตัวอย่างภาพยนตร์สารคดี
source :- http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1442921708
