
10 กันยายน 2015 ฮิวแมนท์ไรท์วอช หรือองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลได้เขียนข้อความจากนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เพื่อประณามการควบคุมตัวอดีต รมต กระทรวงพลังงานพิชัย นริพทะพันธุ์ โดยที่ไม่มีการเปิดเผยสถานที่ของอดีต รมต คนดังกล่าว โดยข้อความดังกล่าวมีใจความดังนี้
(นิวยอร์ค) รัฐบาลทหารของไทยต้องเปิดเผยสถานที่ที่อดีตรัฐมนตรีถูกควบคุมตัวอยู่ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2015 โดยทันที ฮิวแมนท์ไรท์วอชกล่าว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานได้ถูกควบคุมตัวไปโดยไร้การติดต่อสื่อสารใดๆ
เมื่อวันที่10 กันยายน ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้บอกกับสื่อว่า สาเหตุที่ควบคุมตัวนายพิชัยไปนั้นเนื่องมาจากเขาได้ “แสดงความคิดเห็นที่ท้าทาย การลงโทษไม่ว่าจะหนักหรือเบา(ต่อพิชัย)นั้น เป็นการตัดสินใจของผม(พลเอกประยุทธ) ไม่มีใครขัดผมได้ ถ้าไม่เรียนรู้ ก็จะถูกจับซ้ำแล้วซ้ำอีก และจะปิดปากไม่ให้พูด”
พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช กล่าวว่า นายพิชัยอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ปฎิเสธจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงสถานที่และสถานะปัจจุบันของนายพิชัย รัฐบาลทหารยังได้ปฎิเสธที่จะให้มีการเข้าถึงครอบครัวของนายพิชัย รวมถึงไม่ให้เข้าถึงที่ปรึกษาด้านกฎหมายด้วย
“รัฐบาลทหารยังคงดำเนินการจับกุมและกักตัวในทางลับเพื่อปิดปากประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างสันติ” แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการของเอเชียกล่าว “การที่รัฐบาลทหารพยายามใช้อำนาจเผด็จการ ยิ่งทำให้บรรยากาศในประเทศตึงเครียดลงไปอีก”
เมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลาประมาณ 8:05 น. นายพิชัยได้โพสต์เฟสบุ๊กเพจของตนว่า “กำลังถูกเรียกให้ไปปรับทัศนคติอีกแล้ว ทหารจะมารับผมในเช้าวันนี้เวลา 9.30” หลังจากนั้นเวลา 9.42 เขาก็โพสต์รูปที่ยืนอยู่ข้างทหารสองนายในกองพลที่ 12 รักษาพระองค์ ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวออกจากบ้านที่กรุงเทพ และไม่ปรากฎในที่สาธารณะอีก
ฮิวแมนท์ไรท์วอช ได้ประณามการจับกุมและการควมคุมตัวในทางลับของรัฐบาลทหารตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2014 ที่มีการรัฐประหาร คสช ได้ควบคุมตัวนักการเมือง นักกิจกรรม นักข่าว และประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาลไปหลายร้อยคน
คสช ได้จับกุมพวกเขาในค่ายทหารโดยที่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายสิทธิมุษยชนสากล รัฐบาลทหารยังไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกจับกุมในทางลับได้ และอ้างว่าเป็นการปฎิบัติไปเพื่อความปลอดภัยและเพื่อปรับทัศนคติโดยไม่มีการรบกวนจากภายนอก
มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นว่าจะมีการทำให้หายตัวไป ทรมาณ หรือกระทำการรุนแรง ต่อผู้ที่ถูกคุมขังในสถานที่กักขังที่ไม่เป็นทางการของกองทัพ การที่รัฐนำตัวบุคคลไปโดยที่ไม่แจ้งให้รับรู้หรือไม่แจ้งชะตากรรมของผู้ที่ถูกจับกุมไปนั้นขัดต่อกฎหมายสากลที่ปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้ความคุ้มครองสากล และสิทธิพลเมืองสากลที่ประเทศไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
เป็นเรื่องที่รู้กันว่าการที่ทหารจะปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังออกมา เขาต้องเซ็นสัญญาเพื่อจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง เช่นการห้ามวิพากษ์วิจารณ์การเมือง หรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง หรือเดินทางไปต่างประเทศโดยที่ไม่ขออนุญาติรัฐบาลทหาร หากไม่ปฎิบัติตามข้อตกลงเหล่านี้ก็จะถูกคุมขังอีก หรืออาจมีโทษจำคุกสองปี หรือปรับ 40,000 บาท ถ้าหากไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช ก็จะถูกจับกุมและส่งตัวไปยังศาลทหาร ซึ่งจะไม่มีสิทธิอุทรณ์
“การที่รัฐบาลทหารรับปากว่าจะเคารพสิทธิมนุษชนนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันไร้ความหมาย” อดัมกล่าว “พลเอกประยุทธ์ ต้องมีคำสั่งหยุดการจับกุมและควมคุมตัวในทางลับและปล่อยผู้ที่ถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรมโดยทันที”
source :- http://www.ispacethailand.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/7019.html