สมาคมสื่อไทย-เทศ เรียกร้องปล่อยตัวประวิตร โรจนพฤกษ์ ด้านโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุไม่ทำตามข้อตกลง นำเสนอข้อมูลให้สังคมสับสน ยืนยัน คสช.บริสุทธิ์ใจ

เฟซบุ๊กเพจพลเมืองโต้กลับ ซึ่งมีผู้ติดตามอยู่ราว 34,000 คน รณรงค์ใช้แฮชแทก #FreePravit สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสเครือเดอะ เนชั่น เข้ารายงานตัวโดยไม่เปิดเผยระยะเวลาและสถานที่ควบคุมตัวตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านม

ล่าสุดสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายประวิตรทันทีและระบุว่าการควบคุมตัวผู้สื่อข่าวหรือบุคคลที่แสดงความเห็นอย่างสันตินั้นละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยลงนามผูกพันตนเอาไว้

“ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ในการควบคุมตัวเขา หากกองทัพเชื่อว่าเขากระทำความผิด ก็มีกระบวนการกฎหมายตามปกติอยู่แล้ว” แถลงการณ์ของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยระบุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวนายประวิตรต่อสาธารณะด้วย

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลและ คสช. ทำความชัดเจนในการควบคุมตัวผู้สื่อข่าวอาวุโส เดอะเนชั่น โดยชี้ว่าไม่เพียงกระทบสิทธิเสรีภาพสื่อ-คนไทยเท่านั้น แต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศ โดยนายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า การดำเนินการของฝ่ายความมั่นคงที่กระทำต่อสื่อมวลชน พึงกระทำด้วยความระมัดระวัง แม้จะมีอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่หัวหน้า คสช. ได้ออกประกาศไว้ก็ตาม แต่บทบาทของนายประวิตร ที่มีฐานะเป็นสื่อมวลชนย่อมจะต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นปกติ การควบคุมตัวนายประวิตรโดยไม่แจ้งสาเหตุหรือมีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อประเด็นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนไทย และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) มาตรา 4 ได้ให้การรับรองไว้ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนได้ตระหนักและยึดมั่นในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด การแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะพึงคำนึงถึงความครบถ้วน รอบด้าน และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในสังคม

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่ากรณีเชิญตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์ หรือบางบุคคลมาสอบถามพูดนั้นเป็นกรณีเดียวกับผู้ที่ถูกเชิญมาพูดคุยส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเรื่องการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งในช่วงหลังพบบ่อยครั้ง โดยบางครั้งอาจมีเนื้อหาที่มีลักษณะเข้าข่ายไปพาดพิงบุคคลหรือองค์กรอื่น หรือเนื้อหาที่ส่งผลให้สังคมสับสนหรือเข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะเนื้อหาบางอย่างพบว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ที่ชัดเจน

“ขณะนี้คงอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่ต้องขึ้นอยู่กับผู้สอบสวน ความร่วมมือและหลักฐานที่เจ้าหน้าที่มีอยู่ เชื่อว่าทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเป็นไปตามพยานหลักฐานที่พบอย่างมีเหตุมีผล ทั้งนี้ คสช. จำเป็นต้องขอความร่วมมือทุกส่วน อะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยขึ้นในสังคมยังคงต้องระมัดระวังให้มาก ทั้งนี้เพื่อให้สังคมมีความเรียบร้อยเพื่อสนับสนุนกระบวนการเดินหน้าประเทศมีความต่อเนื่อง”

สำหรับการควบคุมตัวบุคคลอื่นๆ เพิ่มเติมในระยะเวลาอันใกล้นั้น โฆษก คสช. ระบุว่ายังไม่มีรายละเอียดว่าจะเรียกตัวบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่ และปฏิเสธข่าวในช่วงเช้าที่มีการพูดว่าจะเรียกตัวนายภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามารายงานตัว อย่างไรก็ตาม แนวทางของ คสช. ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบผู้ที่เคยถูกเรียกมารายงานตัวและทำข้อตกลงแล้วไม่เป็นไปตามที่เคยตกลงไว้ ก็อาจมีการเรียกตัวมาเจรจากันอีกครั้ง

 
Top