สถานทูตตุรกีจี้ไทยแจงเรื่องสัญชาติผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิด โฆษกตำรวจเผยไม่ปักใจเชื่อผู้ถูกออกหมายจับสองคนอยู่ที่ตุรกี
สถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อความในหน้าเว็บไซต์ของสถานทูตในวันนี้ ระบุว่าสถานทูตได้ส่งสารบันทึกวาจาไปยังกระทรวงต่างประเทศของไทย เกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ว่าเป็นบุคคลสัญชาติตุรกีหรือไม่ รวมทั้งได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องพาสปอร์ตตุรกีที่มีการเผยแพร่ทางสื่อ ล่าสุดกระทรวงต่างประเทศได้ส่งสารบันทึกวาจาตอบกลับมาว่า การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ และทางการไทยยังไม่สามารถระบุสัญชาติของผู้ถูกจับกุมได้ ส่วนเรื่องพาสปอร์ตตุรกีที่มีการเผยแพร่ทางสื่อ ยังไม่ได้รับคำตอบจากทางการไทย
สถานทูตตุรกีชี้ว่า สื่อยังได้รายงานเรื่องการออกหมายจับบุคคลสัญชาติตุรกี แต่จนถึงขณะนี้ทางสถานทูตยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการจากฝ่ายไทยเกี่ยวกับการออกหมายจับดังกล่าว
ด้านเว็บไซต์ของ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์ และท่าเรือข้ามฟากสาทร ว่า ในขณะนี้ ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนที่ถูกควบคุมตัวไว้ตามมาตรา 44 นั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำของฝ่ายทหาร และการพิสูจน์พยานหลักฐานให้ครบถ้วน รวมถึงการตรวจสอบดีเอ็นเอที่คาดว่าจะได้ภายใน 2-3 วันนี้ แต่ในเบื้องต้นยืนยันแน่ชัดว่า ทั้ง 2 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดทั้ง 2 ที่อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของสัญชาติ ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นบุคคลสัญชาติใด เนื่องจากต้องรอการตอบกลับจากประเทศนั้นๆ ที่ได้ทำการประสานไปเรียบร้อยแล้ว
พล.ต.ท.ประวุฒิ ระบุด้วยว่า กรณีของ น.ส.วรรณา สวนสัน และ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ได้ติดต่อกลับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านทางสื่อออนไลน์แล้ว เพื่อกลับเข้ามาให้ข้อมูลที่ประเทศไทย แต่ยังไม่ยืนยันว่า จะกลับมาเมื่อใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 อยู่ที่ประเทศตุรกี แต่ก็ได้ประสานไปยังตำรวจสากลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเอกสารการออกหมายจับ รูปถ่าย เพื่อช่วยเหลือในการตรวจสอบแล้ว
กรุงเทพธุรกิจรายงานด้วยว่า พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังได้เน้นย้ำเรื่องสาเหตุการวางระเบิดว่า จนถึงขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะยังไม่กล่าวถึงชื่อประเทศ หรือชื่อกลุ่ม รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับศาสนาลัทธิต่างๆ เนื่องจากอาจไปกระทบกับประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้
ด้านสำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงชนวนการก่อเหตุว่า อาจเกิดจากความขัดแย้งของกลุ่มบุคคลผู้เสียประโยชน์มหาศาล จากธุรกิจผิดกฎหมายที่ถูกทำลายลง จึงเกิดความไม่พอใจ และจัดหาผู้ชำนาญในการประกอบระเบิดมาก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดทุกประเด็นทิ้ง และจะขยายผลเพิ่มเติม หากพบว่าเชื่อมโยงกับกระบวนการค้ามนุษย์ก็จะไม่ปล่อยให้ขบวนการเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ‪#‎Erawanbomb‬

 
Top