ทำไมชาวซีเรียถึงไม่อพยพลี้ภัยไปยังประเทศภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานะร่ำรวย
ในขณะที่การหลั่งไหลของผู้อพยพชาวซีเรียเข้าไปยังยุโรปกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ทำไมผู้อพยพชาวซีเรียถึงไม่เดินทางไปลี้ภัยในประเทศอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานะร่ำรวย และอยู่ในทำเลที่ใกล้ซีเรียมากกว่าด้วย อมิรา ฟาธัลลาแห่งแผนกบีบีซีมอนิเตอริงที่ติดตามการรายงานข่าวของสื่อในภูมิภาคดังกล่าวอธิบายว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนซีเรียที่หนีภัยสงครามในบ้านเกิดได้ข้ามเข้าไปยังเลบานอน, จอร์แดน และตุรกีแล้วเป็นจำนวนมาก แต่การอพยพเข้าไปยังประเทศอาหรับชาติอื่น โดยเฉพาะชาติในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน
ตามกฎหมาย ชาวซีเรียสามารถยื่นขอวีซ่าทำงานหรือวีซ่านักท่องเที่ยวเพื่อเข้าไปยังประเทศภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้ แต่วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง และชาวซีเรียยังรู้ดีว่า หลายชาติในอ่าวเปอร์เซียไม่ต้อนรับพวกเขา ดังนั้นในทางปฏิบัติแล้วจึงเป็นเรื่องยากที่จะได้วีซ่ามาแบบง่าย ๆ ในกรณีที่ประสบความสำเร็จนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนซีเรียที่อาศัยในประเทศอ่าวเปอร์เซียอยู่แล้ว และได้ขอขยายเวลาการพำนักออกไป หรือเป็นกลุ่มที่มีครอบครัวอยู่ที่นั่น อุปสรรคอีกอย่างคือ หากไม่มีวีซ่า พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าประเทศอาหรับชาติอื่นได้เช่นกัน ยกเว้นแอลจีเรีย มอริเตเนีย ซูดานและเยเมน นอกจากนั้น การขอวีซ่าเข้าประเทศอาหรับชาติอื่นนั้น ตามปกติก็ไม่ค่อยได้รับการอนุมัติด้วย
การที่ซีเรียมีเพื่อนบ้านอาหรับหลายชาติที่มีฐานะร่ำรวย ทำให้สื่อทั้งกระแสหลักและสังคมออนไลน์ชี้ว่า ชาติอาหรับเพื่อนบ้านที่มีฐานะร่ำรวยต่างหาก ที่มีภาระรับผิดชอบต่อผู้อพยพชาวซีเรียมากกว่าชาติในยุโรป และมีการใช้แฮชแทค‪#‎Welcoming_Syria‬'s_refugees_is_a_Gulf_duty ขึ้นมาเพื่อรณรงค์เรื่องนี้ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ใช้แฮชแทคนี้ทางทวิตเตอร์มากกว่า 30,000 ครั้งแล้ว ผู้ใช้ต่างโพสต์ภาพที่สะท้อนถึงชีวิตที่ลำบากของผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย เช่น ภาพคนจมน้ำ ภาพเด็ก ๆ ที่มุดผ่านรั้วลวดหนาม และครอบครัวที่ต้องร่อนเร่และหลับนอนตามถนนหนทาง
เฟซบุ๊กของชุมชนชาวซีเรียในเดนมาร์ก ได้โพสต์คลิปวิดีโอหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า มีผู้อพยพชาวซีเรียได้รับอนุญาตให้เข้าออสเตรียได้ และมีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ต่อโดยตั้งคำถามว่า พวกเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร “พวกเราหนีภัยจากภูมิภาคของผองพี่น้องมุสลิมซึ่งควรจะแสดงความรับผิดชอบต่อพวกเรา มากกว่าประเทศที่พวกเขาบอกว่าเป็นประเทศนอกรีตได้อย่างไรกัน?” ผู้ใช้อีกคนหนึ่งแสดงความเห็นต่อว่า “สาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าว่าคนอาหรับคือพวกนอกรีต”
เรื่องการอพยพลี้ภัยของชาวซีเรียเป็นประเด็นที่สื่อในภูมิภาคให้ความสนใจ หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในซาอุดีอาระเบียตีพิมพ์ภาพการ์ตูน ซึ่งต่อมาได้มีการแชร์ต่อตามสื่อสังคมออนไลน์ ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นชายคนหนึ่งในชุดแบบที่คนในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียนิยมสวมใส่ ยืนอยู่หลังประตูที่มีลวดหนามกั้นและชี้ไปที่ประตูที่มีธงสหภาพยุโรปที่มีผู้อพยพนั่งรออยู่หน้าประตู พร้อมกับถามว่า “ทำไมไม่ให้พวกเขาเข้าไป พวกคุณเสียมารยาทจริง ๆ”
อมิรา ฟาธัลลา แห่งแผนกบีบีซีมอนิเตอริง บอกว่าทั้ง ๆ ที่มีการรณรงค์ตามสื่อสังคมออนไลน์ แต่ดูเหมือนว่าชาติในอ่าวเปอร์เซียยังไม่เปลี่ยนท่าทีของตนต่อผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะมีแรงงานต่างชาติเพียงพอแล้ว ชาติในอ่าวเปอร์เซีย เช่น คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่จำเป็นต้องง้อแรงงานชาวซีเรีย เพราะในขณะนี้มีแรงงานจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้อยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ ขณะที่แรงงานที่มีฝีมือที่ทำงานในระดับกลางด้านการศึกษาและสาธารณสุข เป็นแรงงานคนอาหรับที่ไม่ได้เป็นคนท้องถิ่นของประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนั้น รัฐบาลซาอุฯ และคูเวตในขณะนี้ยังมีนโนบายที่ต้องการสร้างงานให้พลเมืองของตนก่อนแรงงานต่างชาติด้วย สำหรับแรงงานต่างชาติที่อาศัยในประเทศดังกล่าว หากไม่ได้รับสัญชาติ ก็ยากที่จะลงหลักปักฐานได้ เพราะประเทศดังกล่าวไม่ให้สัญชาติใครง่าย ๆ และเมื่อปี 2555 รัฐบาลคูเวตยังประกาศด้วยว่าจะลดจำนวนแรงงานต่างชาติลง 1 ล้านคน ภายในเวลา 10 ปี
ภาพประกอบ - ภาพ 1-2 ผู้อพยพชาวซีเรีย; ภาพ 3 มีการใช้แฮชแทคเป็นภาษาอาหรับเพื่อรณรงค์ให้ชาติอาหรับรับผู้อพยพชาวซีเรีย; ภาพ 4 การ์ตูนจากหนังสือพิมพ์ในซาอุดีอาระเบีย






 
Top