บีบีซีไทย - BBC Thai
ศาลอาญาให้ประหารชีวิต 4 จำเลยคดียิงเอ็ม 79 ใส่ผู้ชุมนุมกปปส.หน้าบิ๊กซี แต่ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ทนายเตรียมอุทธรณ์ ชี้สำนวนคดีมีจุดอ่อนรอบด้าน หลักฐานมีเพียงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ไม่ชัดและศาลไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำให้การเรื่องถูกซ้อม
เช้าวันนี้ 4 ก.ย.ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อ่านคำพิพากษาคดียิงเอ็ม 79 ลงหน้าห้างบิ๊กซีเมื่อปีที่แล้ว คดีนี้มีจำเลยสี่คนคือ ชัชวาล ปราบบำรุง สมศรี มาฤทธิ์ สุนทร ผิผ่วนนอก และทวีชัย วิชาคำ ถูกตั้งข้อหาว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นด้วยการยิงอาวุธดังกล่าวเข้าไปในบริเวณที่ว่าในระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ทำให้มีผู้เสียชีวิตสามคน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 23 ก.พ. 2557 เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บหลายราย หนึ่งในนั้นคือนางวรรณี น้อยมี ซึ่งได้เรียกร้องค่าเสียหายด้วย
วันนี้ศาลอ่านคำพิพากษาตัดสินว่าจำเลยทั้งหมดมีความผิดจริง โดยศาลพิเคราะห์จากสำนวนการสอบสวนและเห็นด้วยกับเรื่องทิศทางการยิงของอาวุธว่าน่าจะเป็นข้อพิสูจน์ และรับฟังคำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการปราบปรามในขณะนั้นที่ให้การสนับสนุนสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นคำให้การที่น่าเชื่อถือ และศาลเชื่อถือผลการสอบปากคำจำเลยของเจ้าพนักงานสอบสวน แต่ศาลไม่ให้น้ำหนักกับคำให้การในชั้นศาลของจำเลยโดยเฉพาะที่ว่าถูกซ้อมโดยศาลชี้ว่าเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง ศาลได้พิพากษาประหารชีวิตคนทั้งสี่อันเป็นโทษสูงสุดตามความผิดดังกล่าว แต่เนื่องจากเห็นว่าให้การเป็นประโยชน์ในชั้นการสอบสวนจึงให้ลดโทษลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้ชดเชยค่าเสียหายจำนวนประมาณ 5 แสนบาทให้กับนางวรรณี
น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความของจำเลยกล่าวว่า เรื่องนี้ทางลูกความและทนายเตรียมจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป พร้อมระบุว่าคดีนี้ที่จริงแล้วมีจุดอ่อนหลายอย่างในสำนวนการสอบสวน คดีไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดนอกจากผลการสอบปากคำและภาพจากกล้องซีซีทีวีที่ไม่ชัด ไม่มีผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่จะมาสนับสนุน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถทำให้คดีคืบหน้าได้จนกระทั่งหลังเกิดรัฐประหารจึงได้มีการติดตามจับกุมบุคคลทั้งสี่แล้วนำตัวไปสอบสวนในค่ายทหารก่อนที่จะส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลักฐานสำคัญคือคำให้การที่ได้มาจากการซักถามจำเลยในช่วงการควบคุมตัวช่วงนี้ทั้งสิ้น
