หะยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำ: ผมไม่ได้ต้องการอะไร ต้องการแค่ความยุติธรรมเท่านั้น (2)
เสาร์ที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางการไทยปล่อยตัวอดีตสมาชิกคนสำคัญของพูโลคือหะยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำ จากเรือนจำปัตตานีหลังรับโทษ 18 ปี หะยีดาโอ๊ะให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตก่อนจะจับอาวุธขึ้นต่อสู้ เริ่มจากการเป็นเด็กหนุ่มที่เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงหลังเหตุการณ์ “ห้าศพสะพานกอตอ” การหลบหนีจากบรรยากาศปราบหนักสู่ตะวันออกกลาง ได้ทุนเรียนหนังสือจากขบวนการพูโลจนกระทั่งกลับบ้านเกิดอีกครั้ง แต่ต้องเผชิญสภาพไม่ต่างจากเดิม นี่เป็นตอนที่ 2 ของเรื่องราวจากบทสัมภาษณ์นั้น
….
หะยีดาโอ๊ะเล่าว่า เขาและเพื่อนๆอีก 28 คนตัดสินใจหนีขึ้นเขาบูโดไปเข้าค่ายพูโลพร้อมกับเริ่มต้นชีวิตนักสู้บนเทือกเขา
“มันลำบาก” เขาบอก และยอมรับว่ามีบ้างในบางวันที่เคยถามตัวเองว่าไปทำอะไรที่นั่น หลังจากที่ได้ร่ำเรียนมาแล้วถึงขนาดนั้น
“ก็ไม่ได้ต้องการอะไร ที่ต้องการมีแค่เรื่องความยุติธรรมและให้เขาเห็นว่าเราเป็นคนบ้างเท่านั้น” เขาบอก แน่นอนว่าหนทางแสวงหาความเป็นธรรมของเขาด้วยการเข้าร่วมกับพูโลก็คือการเข้าร่วมกับขบวนการที่ต่อสู้เพื่อแยกตัวจากรัฐไทย
หะยีดาโอ๊ะอยู่กับพูโลบนบูโดไม่ต่ำกว่า 11 ปี เขากลายเป็นหัวหน้ากองกำลังของกลุ่ม เขาบอกว่าเป้าหมายในการก่อเหตุของพูโลในเวลานั้นมักเป็นจุดที่เป็นแหล่งอบายมุข เจ้าหน้าที่ ขณะที่การกระทำต่อเป้าหมายเช่นมุสลิมจะมีการเตือนก่อนสามครั้งเสมอ แต่ก็เหมือนกับในปัจจุบันคือไม่ใช่ว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของขบวนการ “การลงมือและวางแผ่นกระดาษไว้ว่าเป็นฝีมือพูโลแบบนั้น ใครๆก็ทำได้” เขาว่า และเมื่อถามว่าในช่วงนั้นพูโลและกลุ่มขบวนการเคยคุยกับรัฐบาลไหม “เคย” เขาว่า แต่ไม่เปิดเผยถึงรายละเอียดหรือผลของการพูดคุย
ในช่วงหลังมีการรวบรวมกำลังของทุกกลุ่มในเวลานั้นคือพูโล บีไอพีพี มูจาฮีดีน และบีอาร์เอ็นเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อเบอร์ซาตู หะยีดาโอ๊ะได้เป็นหัวหน้ากองกำลังผสมดังกล่าว ยุทธการในช่วงสองปีสุดท้ายที่ทางการขนานนามให้ว่า ยุทธการใบไม้ร่วงดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่ปฏิบัติการของกองกำลังผสมเบอร์ซาตูหมดแรงอย่างฉับพลันเมื่อหะยีดาโอ๊ะถูกจับในมาเลเซีย
ในยุคสมัยที่นายชวน หลีกภัยแห่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี สุรินทร์ พิศสุวรรณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการทำงานกับรัฐบาลมาเลเซีย ตำรวจมาเลเซียรวบตัวหะยีสะมะแอ ท่าน้ำ และหะยีดาโอ๊ะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทย มิตรสหายของหะยีดาโอ๊ะอธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงในช่วงนั้นระหว่างสองรัฐบาลคือให้ทั้งสองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการทารุณกรรม
อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าหะยีดาโอ๊ะเป็นคนที่ “เจอหนัก” กว่าใครเพื่อน เมื่อถามถึงเรื่องนี้เขาเปิดพื้นที่บางส่วนในลำตัวให้ดูแผลเป็นบางแผลซึ่งเขาบอกว่ากว่าจะเยียวยาได้ใช้เวลาถึงสามปี
หะยีดาโอ๊ะได้สมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชนเป็นทนายความให้ ก่อนที่ทนายเองจะหายตัวไปและกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของปัญหาคนหายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหะยีดาโอ๊ะถูกศาลตัดสินประหารชีวิต แต่ได้รับการลดหย่อนโทษเหลือเป็นให้จำคุกตลอดชีวิต หลายปีของการอยู่ในเรือนจำ ได้พบนักโทษจำนวนมาก เขายอมรับว่าได้พบทั้งตัวจริงและที่เชื่อว่าไม่ใช่ หะยีดาโอ๊ะไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านั้นสั่นคลอนความคิดของเขาหรือไม่อย่างไร
หลังจากที่อยู่ในคุก 18 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา หะยีดาโอ๊ะก็ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี เขากลับคืนสู่อิสรภาพ ได้กลับบ้านที่ท่าน้ำ

ทางการระบุว่าการปล่อยตัวหะยีดาโอ๊ะเป็นการพักโทษและถือเป็นกรณีพิเศษเพราะได้ทำประโยชน์ต่อราชการ กับคำถามว่าเขาได้ช่วยเหลือราชการอย่างไร หะยีดาโอ๊ะกลับประหยัดถ้อยคำอย่างยิ่ง “ก็ ถ้าเขาพูดอย่างนั้นผมก็ขอบคุณ”
เมื่อถามถึงกระบวนการสันติภาพและการพูดคุย เขายืนยันว่า เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่ใช้วิธีการเจรจา เกือบ 20 ปีในเรือนจำทำให้เขาได้บทสรุปในที่สุดว่า การเจรจาคือหนทางในการคลี่คลายความขัดแย้ง เพราะการใช้ความรุนแรงไม่ทำให้ได้อะไรขึ้นมา แต่เมื่อถามว่า แล้วจะทำอย่างไรจึงจะทำให้บรรดาผู้ใช้ความรุนแรงทั้งหลายได้เห็นว่าการใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก เขาบอกว่า ขอไม่ตอบ เช่นเดียวกันกับอีกหลายคำถามที่เลือกจะไม่ตอบเช่นกัน
หะยีดาโอ๊ะไม่พูดถึงบทบาทในอนาคตของตัวเอง เขาไม่พูดถึงความฝันใดๆ ไม่คาดการณ์ ไม่อ่านเกม ไม่ตั้งคำถามหรือว่ามีข้อเสนอแนะใด บอกเพียงว่าในช่วงนี้เขาต้องการมีชีวิตอยู่อย่างเงียบๆกับครอบครัว “อยู่อย่างคนธรรมดาสามัญ”
นับเป็นอีกครั้งที่หะยีดาโอ๊ะกลับสู่สภาพของคนที่มีเสรีภาพในบ้านเกิดของตนเอง ในอดีต การ “กลับบ้าน” ของเขาไม่ได้ให้ผลลัพท์ที่น่าพอใจนัก ในหนนี้ การเดินออกจากเรือนจำของเขา คือการเดินออกจากพื้นที่ในการควบคุมกลับสู่พื้นที่ที่ความขัดแย้งยังดำรงอยู่และในสภาพที่ความรู้ในการ “อยู่” ในพื้นที่นั้นดูจะยังจำกัดอันเนื่องมาจากสภาพที่เปลี่ยนไปแทบจะทุกด้าน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆเป็นต้นไป “อย่างแถวบ้านนี่ก็มีถนนใหม่ เมื่อก่อนก็มี แต่มันไม่ได้เป็นแบบนี้ แล้วเดี๋ยวนี้จะไปไหนเจอด่าน ไปหน่อยหนึ่งก็เจอด่าน ไปอีกหน่อยก็เจอด่าน สมัยก่อนมันไม่มี”
“พื้นที่มันเปลี่ยนไปเยอะ”

 
Top