รมว.มหาดไทยอียูลงมติเสียงข้างมากแบ่งโควต้าให้ชาติสมาชิกร่วมรับผู้อพยพ 120,000 คน ด้านยุโรปตอนกลางออกเสียงคัดค้านแต่ไม่เป็นผล ยูเอ็นเอชซีอาร์ชี้แก้วิกฤตผู้อพยพไม่ได้หากไม่เพิ่มจำนวนผู้ได้รับการโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐาน
เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.) รัฐมนตรีมหาดไทยของสหภาพยุโรปมีมติด้วยเสียงข้างมากเห็นชอบแผนโยกย้ายผู้อพยพราว 120,000 คน ที่อยู่ในอิตาลี กรีซและฮังการีขณะนี้ ให้กระจายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศสมาชิกอียู ขณะที่ประเทศในยุโรปตอนกลางอย่างสาธารณรัฐเช็ก ฮังการี โรมาเนีย และสโลวาเกีย ออกเสียงไม่เห็นด้วย
มติที่ออกมาสร้างความไม่พอใจถึงขั้นที่นายกรัฐมนตรีสโลวาเกียประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับผู้อพยพเข้าประเทศตามโควต้าที่กำหนด ส่วนนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็กชี้ว่า “อนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งนี้” ด้านรัฐมนตรีมหาดไทยสาธารณัฐเช็กระบุว่า “อีกไม่นานก็จะตระหนักกันดีว่าแท้ที่จริงแล้วจักรพรรดินั้นมีร่างเปลือยเปล่า ไม่มีแม้แต่ฉลองพระองค์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความพ่ายแพ้ต่อสิ่งที่เรียกว่าสามัญสำนึก” ขณะที่ฮังการีซึ่งแม้จะไม่พอใจการตัดสินของอียูแต่โฆษกรัฐบาลบอกว่าฮังการียอมรับที่จะปฏิบัติตามมติ
ทั้งนี้ ผู้อพยพจำนวน 120,000 คน ประกอบไปด้วยผู้อพยพ 66,000 คนที่จะได้รับการโยกย้ายออกจากกรีซและอิตาลีไปยังประเทศอื่น ๆ ในอียู และอีก 54,000 คนที่เดิมจะต้องถูกโยกย้ายออกจากฮังการี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตัดสินจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ว่าผู้อพยพกลุ่มนี้ควรเดินทางไปอยู่ประเทศใด
คริส มอร์ริส ผู้สื่อข่าวสายยุโรปของบีบีซี บอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างยิ่งที่ประเด็นอย่างเรื่องผู้อพยพ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับอำนาจอธิปไตยของชาติ จะถูกตัดสินด้วยเสียงข้างมาก แทนที่จะเป็นการตัดสินด้วยมติอย่างเอกฉันท์
ภายใต้ธรรมนูญของอียู กำหนดว่าประเทศใดก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเกี่ยวกับคนเข้าเมืองที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติ มีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อสภายุโรปได้ หากรู้สึกว่า “สิ่งนี้เป็นภัยต่อหลักการพื้นฐานแห่งความมั่นคงทางสังคมหรือระบบกฎหมายของตน” อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีต่างประเทศลักเซมเบิร์กซึ่งเป็นประธานการประชุมเมื่อวานนี้ เชื่อว่าประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวถึงอย่างไรก็จะปฏิบัติตาม
ในวันนี้ บรรดาผู้นำอียูจะประชุมกันเพื่อรับรองมติดังกล่าว
ด้านโฆษกหญิงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวว่าสิ่งที่ อียูจะดำเนินการไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้วิกฤตผู้อพยพในขณะนี้ได้ และจะต้องมีการทบทวนจำนวนผู้อพยพที่จะต้องได้รับการโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก สหประชาชาติระบุว่าเฉพาะปีนี้มีผู้อพยพเดินทางเข้ามายังยุโรปโดยทางเรือเกือบ 480,000 คน และขณะนี้ผู้อพยพเดินทางขึ้นฝั่งเกือบวันละ 6,000 คน ‪#‎Migrantcrisis‬

 
Top