0

หนุ่มน้อยบราซิลหัวใสสร้างธุรกิจจากความรู้เรื่องเกม ทั้งที่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย
ปัญหาวัยรุ่นติดเกมส์เป็นเรื่องเวียนหัวของพ่อแม่ทุกคน แต่แม่ของสองหนุ่มน้อยเอนฮิกิ ดูบรูกราส กับเปโดร ฟรานเซสกิ ( Pedro Franceschi) ไม่ต้องพะวงอีกต่อไป สองหนุ่มน้อยชาวบราซิลเคยใช้เวลา 1 ใน 3 ของวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่นั่นช่วยปูทางให้พวกเขาประสบความสำเร็จ
ในวัยเพียง 19 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต Pagar.me ที่มีพนักงาน 30 คน และมีเงินหมุนเวียนรายปีหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐฯ อีกด้วย ตอนอายุได้ 12 ปี เอนฮิกิเป็นแฟนเกมออนไลน์ "แร็คนาร็อค" ของเกาหลี ครั้นเมื่อพ่อแม่ไม่ยอมจ่ายเงินในการเล่มเกมให้ เขาก็เริ่มสร้างเซิร์ฟเวอร์เอง และค่อย ๆ เรียนรู้วิธีทำเงินจากการใช้ทักษะพิเศษเรื่องเกมของตัวเอง ซึ่งตอนแรกสร้างความกังวลให้พ่อแม่มากว่าลูกชายจะติดการพนัน
ส่วน เปโดร เริ่มติดหนึบกับคอมพิวเตอร์และพยายามที่จะปรับปรุงซอฟต์แวร์ตั้งแต่อายุแค่ 9 ขวบ และต่อมาเขาพยายามพัฒนา "สิริ" ฟังก์ชั่นผู้ช่วยส่วนตัวบนไอโฟน ไอแพด และไอพอดทัช ที่พูดแต่ภาษาอังกฤษ ให้มันพูดภาษาโปรตุเกสได้
เอนฮิกิกับเปโดรโคจรมาพบกันบนทวีตเตอร์ ตอนที่คนหนึ่งอายุ 16 ปี และอีกคนหนึ่งอายุ 17 ปี บทสนทนาของทั้งสองต่างไปจากวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป ที่จะคุยเรื่องฟุตบอลหรือดนตรี แต่พวกเขากลับถกเถียงกันถึงข้อดีต่าง ๆ เกี่ยวกับการแก้ไขซอฟต์แวร์เพื่อเขียนโปรแกรม
เอนฮิกิบอกว่าเขาเป็นฝ่ายเถียงชนะ และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มต้นตรงนั้น พวกเขาใช้การสื่อสารออนไลน์แทนการเดินทางไปมาระหว่างบ้านที่อยู่ห่างกันกว่า 400 กิโลเมตร ในขณะเดียวกัน พวกเขาพยายามจัดการกับปัญหาที่วัยรุ่นชายเผชิญมาทุกรุ่น คือเรื่องชวนสาวไปเที่ยวแล้วจะถูกปฏิเสธ เอนฮิกิอธิบายถึงปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมชวนเพื่อนผู้หญิงในห้องเรียนออกไปเที่ยวด้วยกันแล้วเธอปฏิเสธ คงจะอิลักอิเหลื่อที่จะต้องเจอกันอยู่ทุกวันหลังจากนั้น”
เอนฮิกิเข้าไปแข่งขันพัฒนาต้นแบบแอพพลิเคชั่น และทีมของเขาสร้างแอพพลิเคชั่นบนเฟซบุ๊ก ชื่อ AskMeOut สำหรับหนุ่มสาวที่จะสานสัมพันธ์กันโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปฏิเสธซึ่งหน้า แล้วเอนฮิกิก็พบว่าผู้หญิงกับผู้ชายใช้งานแอพนี้ต่างกัน ขณะที่ผู้หญิงจะช่างเลือก แต่พวกผู้ชายจะคลิกเพื่อเอารายชื่อของผู้หญิงทั้งหมดที่เขามีอยู่ เขาก็เลยเรียกเก็บเงินเฉพาะจากผู้ใช้งานที่เป็นผู้ชาย ซึ่งพอต้องจ่ายเงินสำหรับการกดไลค์แต่ละครั้ง พวกผู้ชายก็จะเลือกมากขึ้น
แม้ว่าแอพ AskMeOut จะประสบความสำเร็จ แต่เอนฮิกิต้องการระบบจ่ายเงินที่ดีกว่านี้ โชคดีที่เขาได้เจอกับเปโดรในช่วงนี้ ทั้งสองคนจึงระดมสมองคิดค้น Pakar.me ขึ้นมา ซึ่งเป็นช่องทางให้ลูกค้าซื้อสินค้าออนไลน์ได้โดยวิธีง่าย ๆ และราคาย่อมเยา โดย Pakar.me จะคิดค่าบริการ 1.5% ของราคาสินค้าบวกภาษีในอัตราที่ถูกมาก ปัจจุบัน มีการจ่ายเงินผ่านระบบ Pakar.me หลายล้านเฮอัลต่อปี และพวกเขาได้รับรางวัลมากมาย
พนักงานของ Pakar.me มีอายุระหว่าง 16-45 ปี เอนฮิกิกับเปโดรชี้ว่าวัยของพวกเขาไม่ได้มีผลต่อความสัมพันธ์กับพนักงาน เอนฮิกิบอกว่าพวกเขาเชื่อว่าผู้นำที่ดีคือผู้ที่ประสบความสำเร็จไปพร้อมกับทีม ไม่ได้อยู่ที่เพศ หรืออายุ อย่างไรก็ตาม เอนฮิกิบอกว่า พวกเขาก็ไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป “จริง ๆ พวกเรายังเป็นวัยรุ่น ชอบเล่มวีดีโอเกม และออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาขึ้นทุกวันที่คนจะทำตามความใฝ่ฝันตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเราเป็นเพียงคนธรรมดา ๆ 2 คนที่ทำธุรกิจ”
เอนฮิกิกับและเปโดร กำลังจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยพวกเขาวางแผนจะบริหาร Pakar.me จากสหรัฐฯ
ภาพประกอบ ภาพแรก เปโดรกับ เอนฮิกิ (ขวา), ภาพ 2 เอนฮิกิกับเปโดรและพนักงานที่ Pakar.me, ภาพ 3 เปโดรกับเอนฮิกิ

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top