ศาลยุติธรรมยุโรปชี้การเดินทางไปทำงานก็ถือว่าเป็นการทำงานด้วย
ผู้พิพากษาประจำศาลยุติธรรมยุโรปตัดสินว่า ช่วงเวลาที่ลูกจ้างซึ่งไม่ได้มีที่นั่งทำงานเป็นหลักแหล่งในสำนักงาน ใช้เดินทางไปทำงานจากจุดนัดหมายแรกไปยังจุดนัดหมายต่อไป ควรถือว่าเป็นชั่วโมงทำงานด้วย คำพิพากษาของศาลยุติธรรมยุโรปครั้งนี้อาจหมายความได้ว่าบริษัทต่าง ๆ ที่จ้างคนทำงานเป็น ผู้ดูแลเด็ก ช่างแก๊สและตัวแทนขายสินค้า อาจกำลังทำผิดกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรป (อียู) ใน เรื่องชั่วโมงการทำงานกันอยู่
ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมยุโรปชี้ด้วยว่า คำตัดสินครั้งนี้เป็นการให้ความคุ้มครองเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยให้กับแรงงาน ทั้งกำหนดกฎระเบียบเรื่องชั่วโมงการทำงานของแรงงานในอียู ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน และวางกติกาว่าลูกจ้างควรทำงานได้กี่ชั่วโมงและมีเวลาพักเท่าไร รวมถึงวันพักประจำปีที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับตามกฎหมาย เป้าหมายหลักเรื่องหนึ่งคือสร้างหลักประกันว่าในอียูจะต้องไม่มีแรงงานที่ทำงานเกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
คำพิพากษาของศาลยุติธรรมยุโรปในครั้งนี้เป็นผลมาจากคดียืดเยื้อในสเปนคดีหนึ่งซึ่งบริษัทไทโก บริษัทติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยตัดสินใจปิดสำนักงานส่วนภูมิภาคลงเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้พนักงานจำนวนหนึ่งต้องเดินทางเป็นเวลานานก่อนจะถึงสถานที่นัดหมายเพื่อเริ่มต้นการทำงานจุดแรก
ในกรณีนี้ศาลยุติธรรมยุโรปชี้ว่า “ตามข้อเท็จจริงที่ว่าการเดินทางของลูกจ้างเริ่มต้นและสิ้นสุดที่บ้านนั้น เป็นผลโดยตรงมาจากการตัดสินใจปิดสำนักงานส่วนภูมิภาคของบริษัท ไม่ได้เป็นผลมาจากความต้องการของลูกจ้างเอง และการให้ลูกจ้างต้องแบกภาระการตัดสินใจของนายจ้างย่อมขัดต่อเป้าหมายในการให้การคุ้มครองเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของลูกจ้างตามกฎระเบียบของอียูซึ่งได้ระบุไว้ถึงความจำเป็นที่จะต้องกำหนดเวลาขั้นต่ำสำหรับการพักด้วย”
ในกรณีนี้ศาลยุติธรรมยุโรปชี้ว่า “ตามข้อเท็จจริงที่ว่าการเดินทางของลูกจ้างเริ่มต้นและสิ้นสุดที่บ้านนั้น เป็นผลโดยตรงมาจากการตัดสินใจปิดสำนักงานส่วนภูมิภาคของบริษัท ไม่ได้เป็นผลมาจากความต้องการของลูกจ้างเอง และการให้ลูกจ้างต้องแบกภาระการตัดสินใจของนายจ้างย่อมขัดต่อเป้าหมายในการให้การคุ้มครองเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของลูกจ้างตามกฎระเบียบของอียูซึ่งได้ระบุไว้ถึงความจำเป็นที่จะต้องกำหนดเวลาขั้นต่ำสำหรับการพักด้วย”
คัสปาร์ กลิน ทนายความผู้เชี่ยวชาญเรื่องแรงงาน เห็นด้วยว่าคำพิพากษาครั้งนี้อาจจะกระทบกับแรงงานนับล้านคน อย่างไรก็ดี มีการคาดเดากันในสหราชอาณาจักรว่าคำพิพากษาจะเปิดทางให้ลูกจ้างที่ทำงานภายใต้ระบบค่าจ้างขั้นต่ำสามารถเรียกร้องค่าแรงเพิ่ม ซึ่งเขาเห็นว่าไม่น่าจะทำได้ เพราะกฎหมายที่กำหนดให้ความคุ้มครองเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งไม่นับรวมเวลาเดินทางว่าเป็นเวลางานนั้น เป็นกฎหมายของสหราชอาณาจักรไม่เกี่ยวข้องกับอียู
ไม่ทราบว่าแฟนเพจมีความคิดเรื่องนี้อย่างไรกันครับ
