หลักสูตรสร้างความสุข
หลักสูตร 8 สัปดาห์ที่เปิดสอนทั่วอังกฤษ ชื่อว่า “มองหาสิ่งสำคัญ” (Exploring What Matters) ซึ่งออกแบบหลักสูตรโดยองค์กรจิตอาสา ปฏิบัติการเพื่อความสุข (Action for Happiness) ที่มีองค์ดาไล ลามะเป็นองค์อุปถัมภ์นั้น ผู้ออกแบบหลักสูตรอ้างว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ว่าผู้เข้าเรียนตามหลักสูตรจะมีความพึงพอใจกับชีวิตมากขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นและมีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อสังคม
องค์ดาไล ลามะ ได้ตรัสถึงหลักสูตรนี้ว่า “ดีใจที่เห็นว่า มีความพยายามสร้างสังคมที่เป็นสุขและเป็นห่วงเป็นใยกันมากขึ้น ขอสนับสนุนหลักสูตร “มองหาสิ่งสำคัญ” และหวังว่าจะมีหลายพันคนได้ประโยชน์ ทั้งจะจุดประกายให้คนหันมาจัดการกับชีวิตด้วยตนเอง เพื่อสร้างโลกที่เป็นสุขมากขึ้น”
มาร์ก อีสตัน บรรณาธิการข่าวในประเทศของบีบีซีรายงานว่า หลักสูตรนี้เปิดให้ผู้สนใจเข้าเรียนฟรี เพียงแต่ว่าผู้จัดขอให้ผู้เข้าเรียนบริจาคเงินค่าเล่าเรียนตามความพอใจ ขณะนี้มีหน่วยงานหลายแห่งอาสาเป็นเจ้าภาพเปิดหลักสูตรตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศแล้ว
ตามหลักสูตร ผู้เรียนจะพยายามแสวงหาคำตอบต่อคำถามที่หลากหลาย เช่น อะไรที่เป็นแก่นสารสาระของชีวิต? อะไรที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง? และเราจะสร้างโลกให้น่าอยู่มากขึ้นได้อย่างไร?
หลักสูตรนี้คล้ายกับหลักสูตรอัลฟาของกลุ่มชาวคริสต์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว หลังจากเริ่มเผยแพร่ในกรุงลอนดอนเมื่อราวทศวรรษที่ 1970 และตอนนี้เปิดสอนในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก หลักสูตรอัลฟาระบุว่า เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจหาความหมายของชีวิตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม องค์กรปฏิบัติการเพื่อความสุขย้ำว่า หลักสูตร “มองหาสิ่งสำคัญ” เป็นหลักสูตรที่ไม่อิงศาสนา แต่อิงหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าหลักความเชื่อ
หลักสูตรนี้คล้ายกับหลักสูตรอัลฟาของกลุ่มชาวคริสต์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว หลังจากเริ่มเผยแพร่ในกรุงลอนดอนเมื่อราวทศวรรษที่ 1970 และตอนนี้เปิดสอนในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก หลักสูตรอัลฟาระบุว่า เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจหาความหมายของชีวิตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม องค์กรปฏิบัติการเพื่อความสุขย้ำว่า หลักสูตร “มองหาสิ่งสำคัญ” เป็นหลักสูตรที่ไม่อิงศาสนา แต่อิงหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าหลักความเชื่อ
บก. ข่าวบีบีซี ชี้ว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การศึกษาเรื่องความสุขของมนุษย์และการมีสุขภาพจิตที่ดี ได้กลายเป็นหลักสูตรที่มีหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์มารองรับและได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการ ส่วนในอังกฤษนั้น สำนักงานสถิติแห่งชาติกำลังพัฒนามาตรวัดความสุข เพื่อให้การดำเนินนโยบายของภาครัฐสอดคล้องกับสิ่งที่เป็นแก่นสาระและมีความสำคัญต่อประชาชน
ผู้เปิดสอนหลักสูตรนี้อ้างว่า ผลการวิเคราะห์หลักสูตรนำร่องพบว่า ผู้เข้าเรียนมีความสุขเพิ่มขึ้นและพร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น ผู้เข้าเรียนหลายคนบอกว่าเป็นหลักสูตรที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ชั้นเรียนเริ่มต้นด้วยการฝึกสติ ซึ่งสอนให้ผู้เรียนมีสติอยู่กับปัจจุบัน ให้ระลึกรู้ถึงความรู้สึกและความคิดของตนเอง บริการสาธารณสุขแห่งชาติและโรงเรียนอีกหลายแห่งได้นำการฝึกสติแบบนี้ไปใช้เพื่อส่งเสริมให้คนมีสุขภาพจิตที่ดี
มาร์ก วิลเลียมสัน ผู้อำนวยการองค์กรปฏิบัติการเพื่อความสุขอธิบายเพิ่มว่า “โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข้อมูลผิด ๆ ว่าอะไรทำให้ชีวิตมีความสุข ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้มาจากเงินรายได้หรือสิ่งที่เราบริโภค แต่มาจากทัศนคติในใจ ความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่นและการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม”
ภาพประกอบ – ดาไล ลามะ

