คดีตั๊น-จิตภัสร์ ถูกกล่าวหาว่าเป็น"กบฎ"ยังไม่ส่งฟ้องศาล อัยการสูงสุดส่งดีเอสไอสอบสวนเพิ่ม ลุ้น"หลุด"-"ไม่หลุด"
************************
นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ระบุว่า กรณีที่อัยการสั่งฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นางทยา ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก และ นางสาวจิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส. และนักวิชาการรวม 48 คน
ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและความผิดอื่นรวม 8 ข้อหา ขณะนี้สำนวนในส่วนของนายสุเทพ และแกนนำคนอื่น ยังอยู่ระหว่างที่อัยการให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ สอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากแกนนำ กปปส. ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยการชุมนุมของ กปปส. ว่าเป็นการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการชุมนุมโดยสงบ
กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว ก่อนหน้านี้อัยการได้นำตัวส่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏไปแล้ว 4 ราย ประกอบด้วย นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นายสกลธี ภัททิยกุล นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และนายเสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ ซึ่งคดีอยู่ระหว่างศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน
นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายความ กปปส. กล่าวว่า อัยการนัดให้แกนนำ กปปส. มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00 น. แต่เนื่องจากได้มีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้สอบพยาน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพิ่มเติมหลายปาก โดยอัยการยังสอบปากคำพยานไม่แล้วเสร็จ
ดังนั้น คาดว่าในวันดังกล่าวอัยการจะยังไม่ส่งฟ้องศาลผู้ต้องหา โดยก่อนที่อัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้อง แกนนำ กปปส.ไม่เคยยื่นคำให้การต่อสู้คดี เพราะติดดูแลผู้ชุมนุม กระทั่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการ และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องศาล กปปส.จึงขอโอกาสยื่นขอความเป็นธรรม ซึ่งผลของคดีเป็นได้ 2 แนวทาง อาจไม่เปลี่ยนแปลง หรือถ้าพยานหลักฐานฟังขึ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า นางสาวจิตภัสร์ยังไม่ได้มีการถอนการสมัครรับราชการตำรวจ และได้มีการเดินทางมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจตามขั้นตอน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล
สำหรับเรื่องของการถอนหมายจับ พลตำรวจเอกสมยศ บอกว่า เป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามบุคคลใดที่มีคดีติดตัว หากศาลยังไม่ได้ตัดสินลงโทษ ก็ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์
(ภาพจาก วิกิพีเดีย)



 
Top