ปัญหาสุขภาพจิตซ่อนเร้น เป็นสาเหตุทำให้วัยรุ่นเสี่ยงฆ่าตัวตาย
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ชี้ ปัญหาการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นเป็นประเด็นต้องห้ามที่ถูกเก็บงำมาเป็นเวลานาน ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนให้สังคมหันมาจัดการปัญหาที่กำลังลุกลามนี้
ตัวเลขจากดับเบิลยูเอชโอชี้ว่า คนทั่วโลกราว 800,000 คน เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในทุกปี และโดยทั่วไปคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปี จะเป็นผู้ที่มีแนวโน้มคิดฆ่าตัวตายได้ง่าย อย่างไรก็ดี ในบางประเทศการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นกลับมีอัตราสูงกว่าคนสูงอายุ จนทำให้กลายเป็นสาเหตุการตายอันดับสองของคนในช่วงอายุ 15-29 ปี ทั่วโลก
ดร.อเล็กซานดรา เฟลสชมานน์ ผู้เชี่ยวชาญของดับเบิลยูเอชโอ บอกกับบีบีซีว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุอันดับสองของการเสียชีวิตในช่วงอายุดังกล่าว รองจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ในบางภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนในช่วงอายุ 15-29 ปี เสียชีวิต โดยวัยรุ่นหญิง 1 ใน 6 คน เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย
ส่วนในแอฟริกาการฆ่าตัวตายก็เป็นปัญหาวิกฤต โดยอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 9 ต่อ 100,000 คน ซึ่งถือว่าสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 25 ต่อ 100,000 คน
ดร.เฟลสชมานน์ บอกว่าข้อสันนิษฐานที่พบคือคนในภูมิภาคดังกล่าวเข้าถึงเครื่องมือที่จะใช้ฆ่าตัวตายได้ง่ายกว่า ขณะที่ความช่วยเหลือมีน้อย การฆ่าตัวตายมักเกิดขึ้นในท้องถิ่นชนบทซึ่งมีการใช้ยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุตรงกันว่า การฆ่าตัวตายไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากความหุนหันพลันแล่น มีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า 90% ของวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตาย เป็นคนที่มีปัญหาทางจิตบางประการอยู่แล้ว ขณะที่สิ่งกระตุ้นที่ทำให้วัยรุ่นคิดสั้น มาจากหลากหลายสาเหตุตั้งแต่ความหดหู่ ไปจนถึงความวิตกกังวล การใช้ความรุนแรง หรือการใช้สารเสพติด ในขณะเดียวกัน เรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างการเรียน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เคยอยู่ ปัญหากับเพื่อน หรือความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะทางเพศของตัวเองก็อาจเป็นสาเหตุให้วัยรุ่นฆ่าตัวตายได้เช่นกัน
วาเลอรี เพอราสโซ ผู้สื่อข่าวสายสังคมของบีบีซีรายงานว่า มีหลักฐานบางประการที่ชี้ว่า การโหมรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของสื่อแขนงต่าง ๆ อาจกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ในภาวะอ่อนไหวคิดฆ่าตัวตายได้
อย่างไรก็ดี รูธ ซัทเธอร์แลนด์ แห่งองค์กรการกุศล Samaritans บอกกับบีบีซีว่า การนำเสนอข่าวอาจมีผลในทางบวกได้เช่นกัน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ที่คิดฆ่าตัวตายแสวงหาหนทางเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือ รูท ซัทเธอร์แลนด์ เห็นว่าการฆ่าตัวตายเป็นประเด็นที่สลับซับซ้อน และบ่อยครั้งการคิดฆ่าตัวตายไม่ได้เกิดจากเหตุผลใดเหตุผลเดียว อย่างไรก็ดีปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่นมากพอ
รูธ ซัทเธอร์แลนด์ กล่าวอีกว่าวัยรุ่นมักคิดว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน หรือเป็นช่วงที่ได้ค้นพบตัวเอง แต่สำหรับบางคนการต้องห่างจากครอบครัวอาจทำให้ปรับตัวได้ลำบาก โดยในอังกฤษ Samaritans มีโครงการช่วยเหลือให้นักศึกษามหาวิทยาลัยปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างราบรื่น‪#‎Samaritans‬

 
Top