การสอบเข้ารับราชการต้องเท่าเทียมกัน

1. การจำแนกบุคคลตามฐานะทางเศรษฐกิจ คนบางกลุ่มจำแนกชนชั้นออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ชนชั้นกดขี่ขูดรีด และชนชั้นที่ถูกกดขี่ขูดรีด

ชนชั้นกดขี่ขูดรีดประกอบด้วยกลุ่มบุคคลที่สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้แก่ตนเอง โดยกดขี่ขูดรีดแรงงานของผู้อื่น และใช้ทรัพยากรร่วมของชาติมากกว่าคนอื่น บุคคลในชนชั้นนี้มีหลายพวกด้วยกัน เช่น เจ้าของที่ดิน นายทุนขุนนาง นายทุน นายหน้า ฯลฯ 

ส่วนชนชั้นที่ถูกกดขี่ขูดรีด เป็นบุคคลในชนชั้นที่ถูกชนชั้นแรกเอาเปรียบและกดขี่นานาประการ ตัวอย่างที่สำคัญของบุคคลประเภทนี้ก็คือ ชนชั้นกรรมกร ชาวนา ฯลฯ

ถ้ามองด้วยทัศนะการแบ่งแยกชนชั้น สถานการณ์ในประเทศใดประเทศหนึ่งล้วนเป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นกดขี่ขูดรีด และชนชั้นที่ถูกกดขี่ขูดรีด ทั้งสิ้น

2. พ.ศ. 2527ชายหนุ่มผู้มีคุณวุฒินิติศาสตร์และรัฐศาสตร์บัณฑิตหลายหมื่นไปสมัครสอบเข้าเป็นนายร้อยตำรวจ นบ., รบ. รุ่น 15 ซึ่งในปีนั้นรับมากถึง 600 คน แบ่งเป็นสายที่ต้องทำงานโรงพัก 400 คน และเป็น ตชด. 200 คน

บัณฑิตหนุ่มหลายหมื่นคนเหล่านั้นต้องอดตาหลับขับตานอนอ่านหนังสือกันเป็นแรมเดือนแรมปี หลายคนต้องขวนขวายหาสตางค์ไปกวดวิชาเพื่อให้ตนเองมีความรู้เพิ่มเติม บัณฑิตจำนวนไม่น้อยต้องไปทำงานพิเศษด้วยการเป็นเด็กเสิร์ฟ พนักงานรักษาความปลอดภัย เด็กรับรถ ฯลฯ เพื่อหาเงินไปจ่ายค่าเล่าเรียนพิเศษ

ผลการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2527 ผู้ได้คะแนนอันดับต้นของผู้เลือกสาย ตชด. คือ นายอาทิตย์ บุญญะโสภัต พ่อของผมก็สอบได้คะแนนลำดับต้นในคราวนั้นด้วย และเพื่อนนายตำรวจทั้ง 600 คนต่างลงคะแนนเลือกพ่อของผมเป็นประธานรุ่นในห้วงที่อบรมอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป 30 ปี เพื่อนร่วมรุ่นของพ่อจำนวนไม่น้อยที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็ได้รับรางวัลตอบแทนด้วยการได้รับพระราชทานชั้นยศนายพ

เพื่อน 45 คนเสียชีวิต เพื่อน 109 คนไปเอาดีทางรับราชการในสังกัดอื่น บางคนลาออกไปทำงานเอกชน บางท่านเป็นผู้พิพากษา อัยการ เพื่อนของพ่อบางคนในขณะนี้เป็นรองอธิบดีดีเอสไอ ส่วนคุณอา ร.ต.ท. อาทิตย์ บุญญะโสภัต ซึ่งแต่เดิมเป็น ผบ.มว. ร้อย 8 กก.ตชด. เขต 3 ปัจจุบันเป็น 'อธิบดีกรมการปกครอง'

ตอนที่ผมยังเป็นเด็กเล็กอยู่ พ่อย้ายจากการเป็น ผบ. มว. ร้อย 9 กก. ตชด. เขต 7 มาประจำที่ค่ายพระพุทธยอดฟ้า ทำให้ผมได้มีโอกาสใช้ชีวิตบางช่วงอยู่ในบ้านพักตำรวจหลังเดียวกับหัวหน้าแผนก 3 ของพ่อ ผู้มีชื่อว่า พ.ต.ต. อดุลย์ แสงสิงแก้ว

3. แต่ละปี มีผู้คนนับหมื่นเรือนแสนขะมักเขม้นอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ารับราชการในตำแหน่งที่เป็นที่นิยมกันใน 20 กระทรวง 25 ตำแหน่ง ทั้งปลัดอำเภอ นิติกร พัฒนาชุมชน สรรพากร ผู้พิพากษา อัยการ ข้าราชการ กทม. ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ฯลฯ หลายคนต้องสอบถึง 3 - 4 ครั้ง กว่าจะประสบความสำเร็จ

4. ในประเทศที่ชนชั้นกดขี่ขูดรีดประสบชัยชนะ ลูกหลานของชนชั้นนี้มักจะเข้าครอบครองทรัพยากรทางการศึกษาขั้นสูง ทิ้งให้ลูกหลานของชนชั้นผู้ถูกกดขี่ขูดรีดได้รับการศึกษาที่ด้อยคุณภาพกว่า

5. เท่านั้นยังไม่พอ แม้แต่โอกาสที่จะเข้าไปทำงานราชการก็ยังไม่เท่ากัน ลูกหลานของคนชนชั้นที่กดขี่ขูดรีดจำนวนหนึ่งถึงขนาดได้รับอภิสิทธิ์ไม่ต้องสอบแข่งขัน ปล่อยให้ผู้คนอีกจำนวนแสนกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อสอบแข่งขันเข้ารับราชการในแต่ละปี

6. อารยะประเทศให้ความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมกันทางด้านการศึกษา การเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ของชาติ การได้รับการรักษาพยาบาล การได้รับการให้บริการจากภาครัฐ และที่สุดของที่สุดก็คือ ความเท่าเทียมในการสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษา และการสอบเข้ารับราชการ

แม้แต่สมัยจักรวรรดิจีน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ผู้คนสามารถเขยิบสถานะของตนจากผู้ต่ำต้อยที่สุดไปสู่ตำแหน่งขุนนางระดับสูงที่สุดด้วยการสอบคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็นลูกผู้ลากมากดี หรือลูกคนยากจนเข็ญใจ ลูกเศรษฐีหรือเด็กวัด ก็ต้องพิสูจน์ตนเองว่ามีความสามารถและมีความรู้เพียงพอด้วยการสอบแข่งขัน

7. ในโลกนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งยังพอเป็นความหวังของลูกหลานของผู้คนชนชั้นผู้ถูกกดขี่ก็คือ ความเท่าเทียมกันในการสอบเข้าเรียนในสถานศึกษาและเข้ารับราชการ

ถ้าระบบสอบแข่งขันพังพินาศ

ความฝันของผู้คนชนชั้นที่ต่ำต้อยด้อยค่า ก็ล่มสลายหายไปด้วย.




คุณนิติ นวรัตน์


 
Top