ทูตบังกลาเทศยืนยัน “อิซาน” ออกจากไทยไปบังกลาเทศก่อนวันเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เพียงหนึ่งวัน และพักอยู่นานสองสัปดาห์ ตำรวจไทยติดต่อขอข้อมูลหลังจาก “อิซาน” เดินทางออกไปจากบังกลาเทศแล้ว โฆษกตำรวจเผยเข้าใกล้มือระเบิดแล้ว แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่าจากการหารือกับนางซาอิดามูนา ทัสนีม เอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำประเทศไทยเกี่ยวกับการสืบสวนคดีวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เอกอัครราชทูตได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่านายอิซาน (นามสมมติ) เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม และเดินทางเข้าไปยังบังกลาเทศโดยใช้พาสปอร์ตของจีน พักอยู่ 14 วัน และในวันที่ สตช.ติดต่อไปทางบังกลาเทศนั้นทูตบังกลาเทศบอกว่านายอิซานได้เดินทางออกไปจากบังกลาเทศแล้วและเข้าใจว่าเดินทางต่อไปยังจีนโดยผ่านทางกรุงเดลี ประเทศอินเดีย
พล.ต.ท.ประวุฒิ ยืนยันว่าได้ตรวจสอบพบว่านายอิซานเดินทางไปบังกลาเทศจริง แต่จะยังอยู่ที่นั่นหรือเดินทางไปจีนหรือประเทศอื่นนั้นไม่สามารถตอบได้ ขณะที่ชื่อ “อิซาน” นั้นน่าจะเป็นเพียงชื่อเล่น ซึ่งไม่ตรงกับชื่อในพาสปอร์ต และขณะนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดการพักอาศัยและการเดินทางในบังกลาเทศของนายอิซาน แต่เบื้องต้นทราบข้อมูลว่านายอิซานไม่ได้พักตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ในเอกสารของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างคำพูดเจ้าหน้าที่ตำรวจบังกลาเทศว่าบุคคลที่ตำรวจไทยเชื่อว่าเป็นผู้วางแผนก่อเหตุระเบิดและหนีออกจากประเทศไปก่อนวันเกิดเหตุนั้น ได้เดินทางเข้าไปและพำนักอยู่ในบังกลาเทศเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงธากาไปยังกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 30 ส.ค. โดยบุคคลดังกล่าวถือพาสปอร์ตภายใต้ชื่ออาบู ดัสตาร์ อับดุลเราะห์มาน
รอยเตอร์รายงานอ้างคำพูดนักการทูตระดับสูงว่ามีการออกวีซ่าไทย ให้นายอาบู ดัสตาร์ อับดุลเราะห์หมาน หรือ “อิซาน” และนายไมไรลี ยูซูฟู ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และกุมภาพันธ์ปีนี้ ตามลำดับ โดยทั้งสองใช้พาสปอร์ตจีน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ยืนยันเช่นกันว่านายยูซูฟูถือพาสปอร์ตจีน แต่ยังต้องรอการยืนยันจากจีนอีกครั้ง
โฆษก สตช. กล่าวด้วยว่านายอิซาน เป็นผู้ที่อยู่ในห้องพักเดียวกันกับผู้ต้องหาสองรายคือนายยูซูฟู และนายอาเด็ม คาราดัก ที่ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว
ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เป็นมือระเบิดซึ่งมีรายงานว่าเดินทางไปยังมาเลเซียนั้น พล.ต.ท.ประวุฒิไม่ยืนยันว่าไปประเทศใด แต่ระบุว่ามีเบาะแสว่าอาจจะอยู่ตามชายแดนหรือหลบหนีไปไม่ไกลจากนั้น “ตอนนี้เข้าใกล้ตัวคนที่เป็นมือระเบิดแล้วทั้ง 2 กรณี แต่เมื่อหลักฐานไม่สามารถยืนยันว่าเป็นหลักฐานทางคดีก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้”
โฆษก สตช.กล่าวด้วยว่าขณะนี้มีข่าวลือเกิดขึ้นจำนวนมากและมีข้อสันนิษฐานที่ห่างไกลข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดีตำรวจยืนยันได้ว่าชายต่างๆ ที่อยู่ในรูปและตามหมายจับมีความเกี่ยวพันกันชัดเจนว่าทำงานกันเป็นกลุ่ม ตำรวจจะรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้อีกครั้งในวันจันทร์ ทั้งนี้ เห็นว่าการก่อการร้ายที่มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องอาจจะไม่ใช่การก่อการร้ายข้ามชาติ แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องของกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงกับการเข้าเมืองผิดกฎหมายและใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด‪#‎Bangkokbomb‬

 
Top