"รถพยาบาลแห่งความหวัง" ช่วยเติมฝันให้ความปรารถนาสุดท้ายของผู้ป่วยใกล้สิ้นใจเป็นจริง
ไม่กี่เดือนก่อน ภาพข่าวที่ผู้ป่วยชาวเนเธอร์แลนด์ได้เข้าชมภาพวาดฝีมือจิตรกรเอกเรมแบรนดท์ในพิพิธภัณฑ์กรุงอัมสเตอร์ดัม ทั้งที่ตัวยังต้องนอนอยู่ในเปลพยาบาลนั้น เป็นข่าวที่ประทับใจคนจำนวนมากทั่วโลก เพราะนี่คือความปรารถนาสุดท้ายก่อนสิ้นใจของเขา ที่ถูกทำให้เป็นจริงขึ้นมาด้วยมูลนิธิ Stichting Ambulance Wens หรือ "รถพยาบาลแห่งความหวัง"
คีส์ เวลด์โบเออร์ พนักงานขับรถพยาบาลชาวเนเธอร์แลนด์ และอิเนเกภรรยาของเขาซึ่งเป็นพยาบาล ได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธินี้ขึ้นมา หลังจากได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ที่มีกับคนไข้รายหนึ่ง เมื่อปี 2006 โดยในระหว่างที่นำส่งคนไข้จากโรงพยาบาลเดิมไปโรงพยาบาลแห่งใหม่ เกิดความล่าช้าขึ้นจากการที่ทางโรงพยาบาลแห่งใหม่ยังไม่พร้อมรับคนไข้ในทันที และตัวคนไข้เองก็ไม่ต้องการกลับไปยังโรงพยาบาลเดิม เวลด์โบเออร์จึงถามคนไข้ว่า มีสถานที่ที่เขาต้องการแวะไปเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งคนไข้บอกว่า เขาต้องการไปที่ท่าเรือ เพื่อบอกลาอ่าวรอตเตอร์ดาม เวลด์โบเออร์รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เมื่อเห็นใบหน้าของคนไข้ขณะมองเห็นท่าเรือมีน้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้ม ในช่วงสุดสัปดาห์ถัดมา เขายังได้จัดการยืมรถพยาบาลและติดต่อบริษัทล่องเรือในแถบนั้น เพื่อให้ความปรารถนาของคนไข้คนนี้ที่ต้องการล่องเรือเป็นครั้งสุดท้ายเป็นจริงขึ้นมาอีกด้วย
จากคนไข้ใกล้สิ้นใจรายแรก มูลนิธิ "รถพยาบาลแห่งความหวัง" ได้ดำเนินงานต่อมาเป็นเวลาถึง 8 ปีแล้ว โดยปัจจุบันมีอาสาสมัคร 230 คนในหลายประเทศ มีรถพยาบาล 6 คัน และบ้านพักตากอากาศหนึ่งหลัง ทั้งใกล้จะทำความฝันของคนไข้ใกล้สิ้นใจให้เป็นจริงได้เกือบครบ 7,000 ความปรารถนาแล้ว โดยเวลด์โบเออร์บอกว่า ความปรารถนาของผู้ป่วยใกล้สิ้นใจนั้น ล้วนแต่เป็นความต้องการในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ทั้งสิ้น มีตั้งแต่คุณทวดวัย 101 ปีที่ต้องการขึ้นนั่งบนหลังม้าอีกครั้ง ผู้ป่วยที่แค่ต้องการกลับไปนั่งดื่มกาแฟที่บ้าน ไปจนถึงคนที่ต้องการกลับไปสิ้นใจที่บ้านเกิดในต่างประเทศเพื่อได้เห็นหน้าลูกหลานก่อนตาย อีกกรณีหนึ่งที่เวลด์โบเออร์ประทับใจไม่รู้ลืม คือการพาหนุ่มน้อย "มาริโอ" ซึ่งมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ กลับไปยังสวนสัตว์ที่เขาเคยทำงาน เพื่อบอกลาเพื่อนร่วมงานและสัตว์ทุกตัว ซึ่งปรากฏว่าขณะที่เขาอยู่ในคอกยีราฟ ยีราฟตัวหนึ่งจำเขาได้และเข้ามาเลียใบหน้าเขาเสมือนเป็นการจูบลา
ทางมูลนิธิบอกว่า จากการทำงานกับคนไข้ใกล้สิ้นใจมาหลายพันราย มีเพียง 6 รายเท่านั้น ที่สิ้นใจในระหว่างการทำความฝันให้เป็นจริง ซึ่งทางมูลนิธิจะมีทีมแพทย์พยาบาลที่เตรียมพร้อมตลอดเวลาหากคนไข้เกิดอาการทรุดหนักหรือเสียชีวิตในระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิเชื่อว่า การทำงานของพวกเขาได้นำความหวังและชีวิตชีวามาให้คนไข้และครอบครัวในสภาวะที่หมดหวังอีกครั้ง และจะเป็นจุดเปลี่ยนให้กับการสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ผู้คนจะเผชิญกับความตายอย่างมีความหมายและเปิดกว้างมากขึ้น
(เครดิตภาพประกอบจาก Stichting Ambulance Wens)




