ม็อบรับจ้างในปากีสถาน
สำหรับคนนอกประเทศ ดูเหมือนว่าปากีสถานเป็นประเทศที่ม็อบเป็นใหญ่ เพราะเกิดเหตุผู้นับถือศาสนาที่เป็นเสียงส่วนน้อยถูกรุมทำร้ายและโจมตีบ่อย ๆ แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครถูกจับ ซาบา ไอติซาส ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงอิสลามาบัด รายงานว่าที่จริงแล้วในปากีสถานมีธุรกิจให้บริการม็อบรับจ้างทั่วประเทศ ฝ่ายที่ให้บริการยืนกรานว่าเป็นบริการสาธารณะที่สำคัญรูปแบบหนึ่งและสามารถจัดหาม็อบให้ได้ทุกแบบ ในราคาที่พึงพอใจ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้ไปคุยกัยนายเควาจา นักธุรกิจคนหนึ่งที่ให้บริการจัดหาม็อบรับจ้าง เขาสามารถหาคนหลายสิบคนมาร่วมม็อบได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เครื่องไม้เครื่องมือในการทำธุรกิจของเขามีเพียงโทรศัพท์มือถือและสมุดเล็ก ๆ เล่มหนึ่งที่มีรายชื่อของคนที่ยึดอาชีพม็อบรับจ้าง เขาเผยว่า “การจัดหาคนมาร่วมม็อบไม่ยากเย็นอะไร แค่โทรศัพท์ไปกริ้งเดียว ก็ได้หลายร้อยคนแล้ว พวกเขาสามารถปาก้อนหิน หรือขวางปาอะไรก็ได้ ถ้าไม่ได้ผล ก็ใช้วิธีถูก ๆ เช่น ซื้อน้ำมันเบนซินสัก 10 ลิตรและก็จุดไฟ”
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เควาจาจัดหาม็อบรับจ้างให้ไปประท้วงปิดเส้นทางรถไฟหลายสาย จนทางการต้องยอมรับในข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าในประเทศที่คนจำนวนมากยังขาดแคลนสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานหลายอย่าง หากใครคุมคนได้มากก็จะมีอำนาจ และคนแบบนายเควาจาได้กลายเป็นคนที่มีอำนาจขึ้นมา เพราะเขาสามารถควบคุมคนจำนวนมากไว้ได้ เขาบอกว่า “เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐทำตามความต้องการที่ชอบธรรมของประชาชนไม่ได้ ประชาชนก็จะมาหาผมเพื่อให้ช่วยหาทางออก เดี๋ยวนี้ประชาชนแถวนี้ไว้ใจผมมากกว่าไว้ใจรัฐบาลเสียอีก”
เรื่องเกี่ยวกับศาสนาเป็นประเด็นหนึ่งที่มักถูกนำไปใช้ เพื่อปลุกกระแสในกลุ่มคนที่ได้รับปลูกฝังแนวคิดเรื่องศาสนาแบบสุดโต่ง บริเวณที่พักของเควาจา มีมัสยิดรวมอยู่ด้วยและจัดเป็นมัสยิดเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ดังกล่าว และเขาเป็นผู้เลือกคนที่จะมาเป็นผู้นำสวด เขาบอกว่าเขาใช้อิทธิพลทางศาสนาและเส้นสายทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของชุมชน แต่ยอมรับว่ามีคนที่ใช้ม็อบรับจ้างไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน
เมื่อปีที่แล้วกลุ่มม็อบที่มีอารมณ์โกรธแค้นได้บุกเข้าทำลายชุมชนของผู้นับถืออีกศาสนาที่เป็นเสียงส่วนน้อยในสังคม แต่เรื่องดังกล่าวไม่เคยถึงศาล ทั้ง ๆ ที่มีการเผาทำลายบ้านเรือนหลายสิบหลัง มีเด็กหญิงเล็ก ๆ 3 รายและย่าของพวกเขาถูกเผาจนเสียชีวิต เนื่องจากตำรวจคุมสถานการณ์ไว้ไม่อยู่
ผู้สื่อข่าวบีบีซีชี้ว่าความรุนแรงจากม็อบ การรุมทำร้ายในที่สาธารณะกลายเป็นวิถีทางที่ใช้เพื่อลงโทษและเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะต่อผู้นักถือศาสนาที่เป็นเสียงส่วนน้อย เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่นับถือศาสนาคริสต์ในรัฐปัญจาบ ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากมีการกล่าวหาว่าพวกเขาดูหมิ่นศาสนา เหตุลักษณะนี้มีให้เห็นบ่อยขึ้นทั่วไปในรัฐปัญจาบ แต่แทบไม่มีการจับกุมผู้ทำผิด เจ้าหน้าที่ได้แต่ยืนดูและไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะควบคุมกลุ่มม็อบด้านศาสนาที่มีอารมณ์โกรธเคือง เจ้าหน้าที่มักรอให้สถานการณ์สงบแล้วถึงค่อยจัดการ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้สัมภาษณ์พิเศษกลุ่มอาชญากรรมกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่าทำธุรกิจจัดหาม็อบรับจ้าง ให้คนไปยั่วยุสร้างสถานการณ์ หาคนเข้าร่วมม็อบและก่อความรุนแรง พวกเขาพาผู้สื่อข่าวไปนอกเมืองไปยังเขตที่พักของกลุ่มดังกล่าว ที่นั่นมีชายร่างกำยำหลายคนถือปืนกลคุมเชิงอยู่ ผู้นำกลุ่มหรือที่คนในกลุ่มเรียกว่า “หัวหน้าม็อบ” กำลังคุยโทรศัพท์กับลูกค้ารายหนึ่ง เสียงสนทนาดังมาว่า “ต้องจ่ายเงินสดเท่านั้น ผมต้องใช้เงินจ้างคน จัดหายานพาหนะและอาวุธ” ต่อมา “หัวหน้าม็อบ” เผยกับผู้สื่อข่าวว่าลูกค้าต้องการจ้างม็อบไปจัดการกับคู่ปรับคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องที่ดิน แต่จะได้ผลกว่า ถ้าเบี่ยงให้เป็นประเด็นทางศาสนา เพราะจะได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นและตำรวจจะไม่กล้าทำอะไร เขาบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มติดอาวุธมุสลิมที่จ้างม็อบให้ไปจัดการเรื่องหลากหลาย เขาบอกงานที่รับมามีทั้งการร่วมประท้วงหรือแค่ชุมนุมทางการเมืองธรรมดา ตามแต่ลูกค้าต้องการ
ผู้สื่อข่าวบอกว่ากลุ่มติดอาวุธมุสลิมหลายกลุ่มเป็นกลุ่มผิดกฎหมายในรัฐปัญจาบ ทั้งนี้เพราะรัฐบาลต้องการปราบปรามการก่อการร้ายและกลุ่มสุดโต่ง แต่ “หัวหน้าม็อบ” ชี้ว่าง่ายกว่ามากที่จะจ้างคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธมุสลิมไปทำงานแทน และเช่นเดียวกับบริการทางธุรกิจอื่น ๆ ราคาจะขยับขึ้นหากต้องการให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เช่น “ถ้ามีการเผาหรือกลุ้มรุมทำร้าย จะต้องจ่ายเพิ่ม เราต้องจ่ายเบี้ยใบ้รายทางให้กับหลายฝ่าย เพื่อเลี่ยงปัญหา”
เขากล่าวถึงลักษณะของคนที่เป็นม็อบรับจ้างว่า ส่วนใหญ่เป็นชายที่กำลังขัดสน เป็นแรงงานยากจนที่นั่งอยู่ตามสี่แยก เพื่อหารายได้ประทังชีวิตไปวัน ๆ พวกเขาจะได้ค่าจ้างระหว่าง 200- 350 บาท ทางกลุ่มจัดหาอาหารและยานพาหนะให้ ทั้งรับประกันด้วยว่าหากพวกเขาถูกจับ จะช่วยไม่ให้มีการดำเนินคดี เขาบอกว่า ทางกลุ่มมีเส้นมีสายและต่อสายตรงถึงคนใหญ่คนโตได้
ด้านผู้บัญชาการตำรวจในรัฐปัญจาบยอมรับว่ามีกรณีแบบที่อ้างจริง และกลุ่มม็อบรับจ้างก็ได้รับการหนุนหลังจากนักการเมืองและมีอิทธิพลมากกว่าทางการเสียอีก เขากล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนการปกครองที่เป็นเส้นขนาน บ่อยครั้งตำรวจทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้รับการคุ้มครองเวลาเข้าจับกุมม็อบ เพราะว่ามักถูกยื่นฟ้องกลับ ทำให้ตำรวจไม่อยากเอาชีวิตเข้าแลก”
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่าสังคมปากีสถานมีความยุ่งเหยิงเพิ่มขึ้น และคนในสังคมมีความอดทนน้อยลง ในขณะที่ทางการกำลังพยายามจัดการกับผลกระทบจากการก่อการร้ายและความสุดโต่งเรื่องศาสนาที่ทวีขึ้น ด้านประชาชนเองก็ไว้วางใจรัฐบาลน้อยลงถึงความสามารถในการจัดการกับปัญหาด้านสังคมและเศรษฐกิจ ขณะเดียวกับกลับมีความรู้สึกขุ่นข้องใจและโกรธเคืองเข้ามาแทนที่ และดูเหมือนว่ามีกลุ่มที่มีวาระซ้อนเร้น ใช้ความโกรธเคืองของประชาชนนี้ทำธุรกิจจนใหญ่โต
ภาพประกอบ – แฟ้มภาพ: ภาพแรก เหตุความรุนแรงทางศาสนาในปากีสถาน เมื่อปี 2557; ภาพ 2 นายเควาจา: ภาพ 3 ญาติของคู่หนุ่มสาวที่นับถือศาสนาคริสต์ ไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของพวกเขา


 
Top