ไทยเดินหน้ากวาดล้างค้ามนุษย์ ออกหมายจับ 4 นายทหาร ยอดออกหมายคดีค้าโรฮิงญาเพิ่มเป็น 153 เตรียมพิจารณาโอนคดีมาให้ศาลในกรุงเทพฯลดขั้นตอนทำงานให้เร็วขึ้น
เผยหมายจับล่าสุดมีนายทหารทั้งบกและเรืออยู่ด้วยรวม 4 นาย ขณะที่ความคืบหน้าคดีจับกุมค้ามนุษย์ หลังออกหมายจับ 153 คนนั้นจับได้แล้ว 90 คน หลายคนในกลุ่มเจอข้อหาคดีฟอกเงินด้วย เผยคดีใหญ่จำนวนผู้ต้องหามาก ขณะที่ศาลนาทวีมีคดีเต็มเหยียด เพราะเกรงความล่าช้า เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาจะโอนคดีมาให้ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ในกรุงเทพฯรับดำเนินการ
พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหนึ่งในคณะทำงานคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาเปิดเผยบีบีซีไทยว่า การออกหมายจับกุมที่มีนายทหาร 4 นายรวมอยู่ด้วยนั้น อยู่ในชุดที่ศาลนาทวีออกหมายรวมแล้ว 7 คนด้วยกัน
พล.ต.ต.ปวีณกล่าวว่า ในบรรดาคนที่ถูกออกหมายจับทั้งหมดนี้ ยังมีจำนวนหนึ่งมีการกระทำผิดที่เข้าข่ายความผิดฟอกเงินด้วยเนื่องจากหลายกรณีมีการกระทำผิดที่เชื่อมโยงกัน คือเงินที่ได้จากการค้ามนุษย์จะมีการปกปิดและนำไปฟอก ดังนั้นจึงมีกลุ่มคนที่ถูกข้อหาสองข้อหาไปพร้อมๆกัน โดยในคดีฟอกเงินนั้น ได้ออกหมายจับไปแล้ว 77 หมาย จับกุมตัวได้แล้ว 37 คนและยังเหลือที่จะต้องติดตามอีก 40 คน
พล.ต.ต.ปวีณกล่าวด้วยว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร คือเกี่ยวพันทั้งบังกลาเทศ เมียนมาร์และมาเลเซีย ตามกฎหมายไทยได้ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ ที่ผ่านมาอัยการ พนักงานสอบสวนได้ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด โดยมีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือปปง.และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอร่วมมือสนับสนุนในเรื่องของการทำงานและในด้านข้อมูล ในจำนวนผู้ที่ถูกจับกุมและออกหมายจับ มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วยเช่นนายหน้า ผู้คุม ซึ่งมีทั้งชาวบังกลาเทศ โรฮิงญาและเมียนมาร์ ก่อนหน้านั้นอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีไปตั้งแต่เมื่อ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา และศาลนาทวีได้สอบปากคำล่วงหน้าพยานไปแล้วหนึ่งปาก
รองผบช. ตำรวจภูธรภาค 8 ระบุว่า ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังรอผลการพิจารณาของประธานศาลฎีกาเรื่องจะให้โอนคดีค้ามนุษย์นี้ไปรับการพิจารณาในศาลอาญาแผนกค้ามนุษย์ที่กรุงเทพฯหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาคดีนี้เป็นคดีใหญ่ มีผู้ต้องหาจำนวนมาก ขณะที่ศาลนาทวีมีข้อจำกัดเรื่องมีคดีต้องพิจารณาจำนวนมาก หากพิจารณาในวันปกติอาจจะต้องใช้เวลาหลายปี หรือหากพิจารณาในวันเสาร์อาทิตย์ก็หมายความว่าผู้พิพากษาจะต้องทำงานแบบไม่มีวันหยุด แต่หากโอนคดีให้ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ในกรุงเทพฯทำ ก็จะทำให้การดำเนินคดีรวดเร็วขึ้น ที่ผ่านมาการขอโอนคดีที่ผ่านมายังติดขัดที่ว่าจำเลยและทนายจำเลยยังไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าจะทำให้สิ้นเปลืองในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆมากขึ้น
สำหรับนายทหารที่ถูกออกหมายจับ 4 คนนั้น พล.ต.ต.ปวีณกล่าวว่า ยังไม่มีใครติดต่อมอบตัวอย่างเป็นทางการ แต่มีการติดต่อเข้ามาเป็นส่วนตัวแล้วหนึ่งคน ส่วนข้อมูลฐานความผิดที่เกี่ยวพันกับคดีเป็นอย่างไรนั้นขอไม่เปิดเผย
