
ญี่ปุ่นกับเส้นทางสู่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมรักบี้ชิงแชมป์โลกและโอลิมปิก
การได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องโชคดี แต่การได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ 2 รายการในช่วงไล่เลี่ยกันกลับไม่ใช่เรื่องของโชค ทว่าเป็นเรื่องของการวางแผนและความทะเยอทะยาน บิล วิลสัน ผู้สื่อข่าวบีบีซี ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดการแข่งขันทั้งสอง รายการนี้
ในช่วงปลายทศวรรษนี้ ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกในปี 2019 และจะเป็นเจ้าภาพมหกรรมโอลิมปิกและพาราลิมปิกในกรุงโตเกียวปี 2020 ซึ่งญี่ปุ่นมองว่ามหกรรมกีฬาทั้งสองรายการจะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการกีฬาอย่างเท่าเทียมกัน
ช่วงที่ผ่านมา ความคืบหน้าในการเป็นเจ้าภาพของญี่ปุ่นมีทั้งขึ้นและลงผสมกันไป ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกตื่นเต้นกับผลงานของทีมรักบี้ญี่ปุ่นในการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกครั้งล่าสุด และเรื่องอื้อฉาวกรณีการยกเลิกตราสัญลักษณ์และแบบก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิก 2020
อย่างไรก็ตาม นายยูกิฮิโกะ นูโนมูระ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของคณะกรรมการจัดกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 เชื่อมั่นว่าปัญหาดังกล่าวเริ่มคลี่คลายแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกผลงานการออกแบบตราสัญลักษณ์และแบบก่อสร้างสนามกีฬาใหม่ ซึ่งในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปส่งผลงานร่วมประกวดด้วย หลังจากก่อนหน้านี้จำกัดให้เฉพาะนักออกแบบที่มีรางวัลรับประกันความสามารถเท่านั้น
ทางการญี่ปุ่นยังตั้งเป้าให้มหกรรมกีฬาทั้งสองรายการช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของประเทศ และคาดว่าจะช่วยเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวจากเมื่อปีก่อนที่มีจำนวน 15 ล้านคน ให้เป็น 20 ล้านคนภายในปี 2020 นายนูโนมูระบอกว่า เป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม และคาดว่าน่าจะส่งผลดีอย่างมากต่อเศรษฐกิจประเทศ โดยญี่ปุ่นนั้นมีจุดขายทางการท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ความงามของธรรมชาติ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นลงนามเป็นหุ้นส่วนการจัดโอลิมปิก 2020 แล้วกว่า 20 บริษัท
นอกจากนี้ ทางการยังวางแผนให้มหกรรมกีฬาทั้งสองรายการช่วยส่งเสริมด้านวัฒนธรรมด้วย นายมาซาโนบุ มิกามิ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกปี 2019 จะจัดขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศ ซึ่งนั่นจะเป็นโอกาสให้ญี่ปุ่นได้ประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมประจำภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกับมหกรรมโอลิมปิกที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนภาคอื่น ๆ ของญี่ปุ่นนอกเหนือจากกรุงโตเกียว และนครเกียวโต
นายมิกามิ บอกว่าขณะนี้ทางการได้รณรงค์ให้คนญี่ปุ่นทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต เพื่อที่คนเหล่านี้จะกลับมาเยือนญี่ปุ่นอีกครั้งหลังจากมหกรรมรักบี้ชิงแชมป์โลกและโอลิมปิกสิ้นสุดลง
ด้านนายไดจิ ซูซูกิ ผู้บริหารสำนักงานกีฬาญี่ปุ่นและอดีตเจ้าของเหรียญทองว่ายกรรเชียง 100 เมตร ในกีฬาโอลิมปิกปี 1988 ตั้งเป้าว่าโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จะกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องการเล่นกีฬา และความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในสังคมมากขึ้น ขณะเดียวกันได้ตั้งความหวังให้ญี่ปุ่นติด 1 ใน 3 เจ้าเหรียญทองโอลิมปิกด้วย โดยญี่ปุ่นมีความโดดเด่นในกีฬาหลายชนิด อาทิ ว่ายน้ำ, ยูโด, มวยปล้ำ, ยิมนาสติก, กรีฑา ล่าสุดคือ ยิงธนู และขี่จักรยาน รวมทั้งกีฬาที่เล่นเป็นทีมอย่าง รักบี้ และฟุตบอล



แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น