
ฟังนักวิชาการอิสลามรายนี้ให้สัมภาษณ์แล้ว เซ็งมาก ดร.อณัส อมาตยกุล คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหิดล
แกย้อนอดีตตั้งแต่ฝรั่งเศสเคยเป็นเจ้าอาณานิคม ร่วมมืออังกฤษแบ่งแยกแล้วปกครอง ซีเรีย เลบานอน ปาเลสไตน์ ฯลฯ มีบทบาทสำคัญในการโจมตีที่มั่น IS แล้วยังปล่อยให้การ์ตูนชาร์ลี เอ็บโด ล้อเลียนศาสนา คนมุสลิมที่อพยพเข้าไปอยู่ใหม่รับไม่ได้
พิธีกรถามว่าอ้าว เขาก็ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม รับผู้อพยพไปตั้งมากมาย แกก็ว่า พวก IS เปรียบเหมือนเด็กช่างกล มองไม่เห็นด้านที่โลกตะวันตกก็มีคุณธรรม ต้องเข้าใจว่าการก่อการร้ายไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชากรมุสลิม 1,500 ล้านไม่ได้ขออนุญาตผู้นำศาสนาที่อียิปต์ที่เมกกะ ฯลฯ แล้วย้อนมาอีกว่า ฝรั่งเศสควรทบทวนเรื่องจริยธรรม สมควรไหมที่ล้อเลียนศาสนาที่เพื่อนมนุษย์เคารพศรัทธา เขาเคร่งศาสนา อยากมีศีลธรรม อยากปกปิดร่างกาย ไม่เหมือนคนฝรั่งเศสที่แก้ผ้าถ่ายรูปหมู่เป็นพันๆ ก็ยังได้..............
ผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับที่ฝรั่งเศสออกกฎหมายห้ามคลุมหน้า เพราะการคลุมหน้าเป็นเสรีภาพส่วนบุคคล แต่กลับกัน ในขณะที่คนมุสลิมโวยว่าฝรั่งเศสจำกัดเสรีภาพ ทำไมรัฐอิสลามไม่ให้เสรีภาพผู้หญิงเลือก ว่าจะคลุมหน้าก็ได้ ไม่คลุมก็ได้ ทำไมบังคับ (ซึ่งเป็นความไม่เท่าเทียมทางเพศ)
ชาร์ลี เอ็บโด ล้อศาสนารุนแรง คุณประณามเขาได้ วิจารณ์ตอบโต้ได้ แต่ถ้ามีคนมุสลิมเขียนการ์ตูนล้อพระเยซู แล้วจะมีคนคริสต์บุกไปฆ่าล้างกอง บก.ไหม (ป.ล.ถ้าเขียนการ์ตูนล้อพระพุทธในเมืองไทย ไม่แน่เหมือนกัน อาจโดนพุทโธเลียนประชาทัณฑ์-ตลกร้าย)
คนที่รักเสรีภาพ ประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิมนุษยชน ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองอเมริกัน ฝรั่งเศส ยุโรป อาหรับ เอเชีย ไม่ว่าชาติศาสนาใด ล้วนมีจุดยืนเดียวกันคือคัดค้านอเมริกาบุกอิรัก ยิวรุกรานปาเลสไตน์ รัสเซียรุกรานอัฟกานิสถาน มีมนุษยธรรมต่อผู้อพยพ ไม่ว่าอาฟริกา ตะวันออกกลาง อุยกูร์ หรือโรฮิงญา ประณามรัฐประหารในอียิปต์ อยากเห็นประชาชนโค่นล้มเผด็จการอัสซาดแห่งซีเรีย แต่ขณะเดียวกันก็ประณามความโหดเหี้ยมของ IS ประณามรัฐอิสลามแบบอิหร่าน ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ ปราบปรามเข่นฆ่าคนหนุ่มสาวที่เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ต่างจากจีนฆ่านักศึกษาที่เทียนอันเหมิน
และแน่นอน ประณามการก่อการร้ายเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ ทั้งที่ฝรั่งเศสและ 11 กันยาต่อให้อ้างว่าเป็นการตอบโต้จักรพรรดินิยมชาติมหาอำนาจ
แบบเดียวกับ 3 จังหวัดภาคใต้ เราเห็นกันว่า “รัฐไทย” คือผู้รุกรานแต่อดีต ใช้อุดมการณ์ชาตินิยมบีบคั้นทำลายอัตลักษณ์พี่น้องมุสลิมมลายู เราประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นกรือเซะ ตากใบ อุ้มทนายสมชาย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องประณามการเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ ฆ่าครู ฆ่าพระ ก่อการร้าย ความคิดสุดโต่งที่ไม่สามารถนำไปสู่สังคมที่ดีกว่า
โลกต้องก้าวหน้าไปในกระแสที่ยึดมั่นเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน โดยไม่เลือกข้าง ไม่แยกชาติศาสนา เคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ศาสนา (ความเชื่อ ศรัทธา) ต้องไม่อยู่เหนือเสรีภาพ ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาของมุสลิมอยู่ตรงนี้ เรียกร้องเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนา แต่ไม่ยอมรับเมื่อศาสนารุกล้ำเสรีภาพ ใช่เลย คนมุสลิมต้องมีเสรีภาพที่จะคลุมหน้า แต่ก็ต้องมาคู่กับเสรีภาพที่ผู้หญิงจะไม่คลุมหน้า ต้องเปิดกว้างยอมรับการอยู่ร่วมกับผู้คนหลากชาติพันธ์หลายความเชื่อ ที่แตกต่างขัดแย้งกันได้ในสังคมประชาธิปไตย
พูดอีกอย่าง ประชาธิปไตย เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องสำคัญกว่าศาสนาทุกศาสนา คริสต์ปรับตัวไปเยอะแล้ว พุทธที่จริงไม่น่ามีปัญหา แต่กลับเกิดพระวีระธุ พระสังกา กับพวกบ้าศาสนาประจำชาติ ส่วนฮินดูอินเดียในยุคโมทีนี่กลับไปบ๊องใหม่ ห้ามฆ่าวัว รุมประชาทัณฑ์คนมุสลิมหาว่าฆ่าวัว
อิสลามมีปัญหามากที่สุดในการปรับตัวเข้ากับเสรีภาพ ตะวันออกกลางแทบไม่เคยเป็นประชาธิปไตย เอาแค่สร้างรัฐที่เป็น secular ก็ทำได้ยาก มีแต่ตุรกี (ซึ่งก็มีปัญหาประชาธิปไตย) อินโด มาเลย์ เดินสายกลาง แต่อินโดพ้นเผด็จการมาไม่นาน มาเลย์ที่จริงมีหลายเชื้อชาติและมีบทเรียนความขัดแย้งจนเข้าใจการอยู่ร่วมกัน
ทำไมคนมุสลิมสายกลาง ที่รักเสรีภาพ เข้าใจสิทธิมนุษยชน มีบทบาทน้อยจัง (อาจมีจำนวนเยอะก็ได้แต่ไม่ค่อยกล้าพูด)

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น