เรื่องความเห็นทั้งหลายในโลกโซเชียลเมเดียนั้น ผมว่าก็วิจารณ์กันไปว่าเชื่อถือได้หรือไม่ บางคนก็ว่าต้องใช้ชื่อจริงถึงจะเชื่ถือได้ แต่คนจำนวนมาก็ใช้นามแฝง หรืออวตาร ผมว่าไม่ว่าโซเชียลเมเดีย หรือในโลกความเป็นจริง มันก็คือการติดต่อสื่อสารกันนั่นเอง จะใช้ชื่อจริงมันก็หลอกลวงได้
ดังนั้น การใช้โชเชียลมีเดียนั้น การอ่านความเห็นต่างๆ ที่หลากหลายคือ การมองปัญหาในมุมอื่นๆ ให้มากขึ้น อาจมีทั้งจริง เท็จ หรือมั่ว เป็นเรื่องปกติ แต่เราก็ควรดูตรรกะในการคิดของเขา ข้อมูลที่เขานำมาใช้
การใช้อวตารนั้น ไม่เกี่ยวกับจริงใจหรือไม่จริงใจ เพราะคนที่ใช้เขาก็มีเหตุผลหลายด้าน เช่น ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว หรือ เอาตัวออกจากระบบงานปกติของเขาเป็นต้น
ไม่ใช่ว่าคนที่ใช้ชื่อจริง แล้วจะมีความจริงใจทุกอย่าง หรือเชื่อถือได้ ผมว่าเชื่ออย่างนี้ก็คงสุดกู่เกินไป พอๆ กับพวกที่คิดว่าการใช้ชื่ออวตาร หรือนามแฝงนั่นหลอกลวง
บางเรื่องเป็นแนวคิดการเมือง วิธีมองปัญหา มันไม่เกี่ยวกับว่าจริงหรือหลอกลวง แต่มันคือ ทัศนะคติ การมองโลก ระบบการคิดของคนเขียน ส่วนเราจะเชื่อเขาหรือไม่ อยู่ที่วิจารณญาญของเรา
ต่อให้จริงใจ ไม่โกหก แต่ระบบการวิเคราะห์มั่ว ไม่เป็นระบบ ทัศนะคติทางการเมืองล้าหลัง ผมก็คิดว่าเชื่อถือไม่ได้เช่นกัน ไม่ว่าใช้ชื่อจริงหรืออวตาร
ดังนั้นการคิดเราจึงควรพัฒนาระบบคิด Critical Thinking ของเราเองด้วย
เรื่องบางเรื่องเป็นทัศนะคติทางการเมือง เป็น Idealistic ที่เรียกว่าเป็น Basic Value Judgement เช่น ทัศนะคติทางการเมือง แบบ conservative, Liberal, Socialism, Fundamentalism, Fascism, Royalism เป็นต้น เรื่องพวกนี้คือความเชื่อ ของแต่ละบุคคล เถียงไปว่าใครถูกใครผิด ก็ไม่มีประโยชน์ หากถกถึงตรงนี้ต้องหยุด เพราะลงถึง Basic Value Judgement หรือค่านิยมพื้นฐานที่แตกต่างกันแล้ว ถกกันต่อก็ต้องทะเลาะกัน
เรื่องบางเรื่องเป็นข้อเท็จจริง แบบ Judgement of Fact เช่น โลกกลม โลกแบน ใครโกง ใครไม่โกง ใครเป็นคนดี ใครเป็นคนเลว ตรงนี้ต้องใช้ข้อมูลใช้ความเชื่อไม่ได้ ต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย ไม่ใช่มาฟังโวหาร ว่าเป็นคนดีคนเลว มันต้องใช้หลักฐานพิสูจน์
แค่แยกแยะแบบนี้ได้ ผมก็คิดว่า เราก็จะมีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการอ่านโลกโชเชียลเน็ตเวิร์คแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น