เชยไป ๒๐ ปีเท่านั้นเองครับท่านรองโฆ ษกฯ
บทความของ Fareed Zakaria ที่รองโฆษกฯพลตรีวีรชนเอ่ยอ ้างถึงนั้น เก่านานแล้วร่วม ๒๐ ปีจริง ๆ ออกมาช่วงหลังสงครามเย็นที่ กระแส democratization พัดแรง และมีรัฐบาลชนะเลือกตั้งเสี ยงข้างมาก ขึ้นมาใช้อำนาจรัฐแบบอำนาจน ิยม ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของป ระชาชนเยอะ ด้วยข้ออ้างว่ามาจากการเลือ กตั้งประชาธิปไตย เช่น ฟูจิโมริของเปรู, เยลต์ซินของรัสเซีย, ชาเวซของเวเนซูเอล่า, และรวมทั้งรัฐบาลทักษิณของไ ทยเราด้วย
คุณสฤณี มือแปลอิสระคนขยันที่มีผลงา นแปลทางสังคมการเมืองมากมาย เคยแปลบทความนี้เป็นไทยลงเว ็บไซต์ม.เที่ยงคืน และผมใช้บทความนี้ของซากาเร ียมาเป็นบทอ่านในการสอนรัฐศ าสตร์ระดับปริญญาโท-เอก เพื่อสอนให้เห็นจุดอ่อนของป ระชาธิปไตยจากการเลือกตั้งท ี่อาจมีแนวโน้มอำนาจนิยมได้ หากไม่ประกบประกอบถ่วงทานไว ้ด้วยแนวคิดและหลักการเสรีน ิยม ติดต่อกันมานานเป็นสิบกว่าป ีแล้ว
แต่เวลาผมสอนนั้น ก็จะต้องให้อ่านงานด้านกลับ ด้วยเสมอ เพราะนอกจากแนวโน้มประชาธิป ไตยไม่เสรี (illiberal democracy) แล้ว ในด้านกลับก็มีแนวโน้มประชา ธิปไตยที่ไร้ประชาชน (democracy without a demos) หรืออัตตาธิปไตย/ ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบเสรีนิ ยมด้วยเช่นกัน (liberal autocracy/ semi-democracy) กล่าวคือเน้นการจำกัดอำนาจรัฐเสียงข้าง มากจากการเลือกตั้ง ด้วยสถาบันที่ไม่ได้มาจากกา รเลือกตั้งเสียงข้างมาก (non-majoritarian institutions) เ่ช่น สถาบันตุลาการ เอ็นจีโอ ฯลฯ จนบั่นทอนบ่อนเบียนหลักความ เสมอภาคทางการเมืองและการปก ครองด้วยเสียงข้างมากของระบ อบประชาธิปไตยลงไปจนเสื่อมท รามหมด และเสียด้านประชาธิปไตยไป
ถ้าจุดบอดของประชาธิปไตยด้า นเดียวคือคิดง่าย ๆ ว่า elections = democracy จุดอ่อนจุดบอดของเสรีนิยมด้ านเดียวแบบซากาเรีย คือคิดง่าย ๆ พอกันว่า judges + NGOs = democracy ซึ่งผิดทั้งคู่ แต่ขอให้สังเกตว่าระเบียบอำ นาจแบบคปค. ก็ดี แบบ คสช. ก็ดี ในที่สุดแม้แต่ร่างรัฐธรรมน ูญบวรศักดิ์ หรือมีชัยก็ตาม ก็จะรวมศูนย์อำนาจไปไว้กับเ หล่าสถาบันที่ไม่ได้มาจากเส ียงข้างมาก (สถาบันอำมาตย์) เหล่านี้แหละ คือตุลาการ เอ็นจีโอ (นั่งเต็มสภาแต่งตั้งทั้งหล าย) และในกรณีรธน.มีชัยก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญไงครับ
ดังนั้นพูดให้เบาที่สุด การที่รองโฆษกฯวีรชนอ้างบทค วามซากาเรีย ก็ทันสมัย (ช้าไป) ๒๐ ปี และอ้างด้านเดียว มองปัญหาด้านเดียว ไม่อ่านไม่มองปัญหาด้านกลับ ภาพรวมคือต้องมีการสมดุลถ่ว งทานทั้งหลักประชาธิปไตยและ เสรีนิยม มิฉะนั้นเราก็จะตกอยู่ในวงว น (loop) รัฐประหาร --> ประเคนอำนาจให้สถาบันที่ไม่ ได้มาจากการเลือกตั้งเสียงข ้างมาก --> ความชอบธรรมเสื่อม --> ไม่เป็นที่ยอมรับของเสียงข้ างมาก --> ขัดแย้งเป็นวิกฤต และรัฐประหาร --> ซ้ำซากวนเวียนกันไปอยู่อย่า งนี้
จะให้ดี ขอแนะนำให้รองโฆษกฯวีรชนอ่า นงานด้านกลับของซากาเรียด้ว ย เช่น งานของ Peter Mair เรื่อง Ruling the Void ซึ่งชี้ภัยของความเสื่อมถอย แบบละทิ้งประชาธิปไตย ไปเน้นแต่เสรีนิยมด้านเดียว (undemocratic liberalism) จึงจะมองปัญหารอบด้านและได้ ดุล หรือถ้าลำบาก จะอ่านงานวิชาการชิ้นต่าง ๆ เรื่องนี้ของผมในภาษาไทยก็ไ ด้ เพราะผมเขียนเรื่องปมปัญหาร ะหว่างเสรีนิยมกับประชาธิปไ ตยในบริบทไทยไว้ในบทความวิช าการและคอลัมน์ต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ (๙ ปีเข้านี่แล้ว)
บทความของ Fareed Zakaria ที่รองโฆษกฯพลตรีวีรชนเอ่ยอ
คุณสฤณี มือแปลอิสระคนขยันที่มีผลงา
แต่เวลาผมสอนนั้น ก็จะต้องให้อ่านงานด้านกลับ
ถ้าจุดบอดของประชาธิปไตยด้า
ดังนั้นพูดให้เบาที่สุด การที่รองโฆษกฯวีรชนอ้างบทค
จะให้ดี ขอแนะนำให้รองโฆษกฯวีรชนอ่า

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น