
นักวิชาการชำแหละร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ทำราชการเข้มแข็ง ประชาชนอ่อนแอ
ช่วงเย็นวานนี้ (8 ก.พ.) คณะนักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาวิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญ 2559 โดยมีโฆษกและกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมรับฟังและร่วมชี้แจงด้วย เวทีเสวนาชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานร่างนั้น มีปัญหาในเรื่องหลักนิติธรรม เน้นสร้างความเข้มแข็งให้ภาคราชการ แต่ประชาชนอ่อนแอ
รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน อ.ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้ระบุว่า ร่างธรรมนูญฉบับนี้จำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ถอดเอาสิทธิหลายอย่างออกไป เช่น สิทธิในการยื่นถอดถอนของประชาชน และยังทำให้บทบัญญัติเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หายไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ราชการเข้มแข็ง
รศ.ดร.สิริพรรณ กล่าวถึงระบบการเลือกตั้งในที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่า จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองใหญ่ การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวและระบบการคำนวณจำนวน ส.ส.นั้นเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคขนาดกลาง ส่วนพรรคขนาดเล็กจะไม่สามารถแข่งขันได้หากไม่สามารถส่ง ส.ส.เขตลงเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้พรรคขนาดกลางที่มีจำนวน ส.ส.ปานกลาง จะมีที่นั่ง ในสภามากขึ้น และเป็นพรรคตัวแปรในการไปร่วมกับพรรคใหญ่เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคขนาดกลางมีอำนาจต่อรองสูง นอกจากนี้ ยังจะทำให้นโยบายที่สร้างสรรค์ของพรรคการเมืองลดลง เนื่องจากไม่มีแรงจูงใจ และมองว่าระบบเลือกตั้งแบบนี้จะทำให้เกิดการซื้อเสียงมากขึ้น
ส่วนของระบบการเลือก ส.ว. 200 คนจาก 20 กลุ่มอาชีพ นั้น รศ.ดร.สิริพรรณ กล่าวว่า ควรมีการระบุสัดส่วนของที่มาของ ส.ว.ให้ชัดเจน ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้ใช้แรงงานและเกษตรกรจึงควรมีสัดส่วนมากกว่า และตั้งข้อสังเกตสำหรับผู้ว่างงานหรือประกอบอาชีพอิสระว่าจะสามารถสังกัดกลุ่มได้หรือไม่ และการไม่อนุญาตให้หาเสียงจะทำให้เป็นที่รู้จักได้อย่างไร หากไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่ก่อน
นอกจากนี้ รศ.ดร.สิริพรรณ ยังตั้งคำถามถึงที่มาของความชอบธรรมในการมอบอำนาจการตัดสินเกี่ยวกับมาตรา 7 ที่เคยมีปัญหามาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ให้กับศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการให้ คสช.มีอำนาจต่อไปอีก 15 เดือนหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึงจะทำให้มีอำนาจสูงสุดควบคู่กันไป และหาก คสช.อ้างเหตุความไม่สงบเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็สามารถทำได้
รศ.ดร.สิริพรรณ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งมีอายุ 20 ปี และจะใช้คู่กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลใหม่มีอำนาจน้อยมาก เนื่องจากต้องทำตามกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช.
ทางด้าน ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อนำไปเทียบกับหลักนิติธรรมแล้วค่อนข้างมีปัญหา โดยเห็นว่าออกแบบมาเพื่อให้อำนาจกับองค์กรตุลาการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจบางอย่างที่เข้าไปในเขตอำนาจของฝ่ายการเมือง เช่น การตีความการออกพระราชกำหนดว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งตามหลักการเป็นดุลยพินิจโดยแท้ทางการเมืองของฝ่ายบริหาร
ดร.พรสันต์ ตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยถอดถอนนักการเมืองพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเดิมเป็นอำนาจของ ส.ว.และโดยตามหลักการแล้วผู้ที่แต่งตั้งเท่านั้นจึงจะมีอำนาจในการถอดถอนได้ การเขียนดังกล่าวจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีส่วนในความขัดแย้งทางการเมืองโดยตรง และคำวินิจฉัยของศาลจะถูกต่อต้านจากคู่ขัดแย้ง และเสี่ยงต่อการที่ประเทศล่มสลายดังกรณีที่เกิดขึ้นในละตินอเมริกา
ส่วน รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยขาดไร้จินตนาการในเรื่องการเมืองภาคประชาชน ซึ่งเคยมีอยู่ทั้งในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 และแนวคิดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนขาดหายไป ทั้งเรื่องของสิทธิของเกษตรกร การที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะและร่วมตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การกระจายอำนาจในส่วนท้องถิ่น ซึ่งดูแล้วมีความคล้ายกับรัฐธรรมนูญปี 2521 และ 2534
ทางด้าน ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.กล่าวว่า การมาร่วมเวทีในวันนี้ไม่ต้องการมาถกเถียง แต่มาเพื่อตอบคำถามและชี้แจง ซึ่งปัญหาที่พบคือหลายคนอ่านร่างรัฐธรรมนูญไม่ละเอียดและมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน และปฏิเสธไม่มีการมัดมือมัดเท้านักการเมืองไม่ให้มีความคิดในการสร้างสรรค์นโยบาย และไม่ได้นำเอาองค์กรอิสระไปก้าวก่ายหรือบีบบังคับให้รัฐบาลต้องทำตามยุทธศาสตร์ชาติ และกล่าวว่าอย่ากลัวยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากเป็นเพียงเป็นวิสัยทัศน์
ดร.อมร กล่าวว่า ไม่ได้ลืมคนยากจนหรือมองข้ามความเหลื่อมล้ำ และมีการแปลงสิทธิของประชาชนให้เป็นหน้าที่ของรัฐในหลายเรื่อง และย้ำว่า กรธ.ได้ยึดเอาคำประกาศอิสรภาพและสิทธิพลเมืองของฝรั่งเศส ปี 1789 มาเป็นตัวตั้งในการร่างรัฐธรรมนูญ สิทธิใดที่ไม่ได้บัญญัติห้ามประชาชนมีสิทธิทำได้ โดยแนะให้ไปอ่านร่างรัฐธรรมนูญ และอย่าเชื่อคำสัมภาษณ์ตัวบุคคลให้มากนัก สำหรับข้อเสนอที่ได้จากการเสวนาจะนำไปเสนอต่อที่ประชุม กรธ.ต่อไป
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น