0
กลุ่มคนในโลกออนไลน์รุมถากถางสมาชิกชมรมคันทรีคลับในสิงคโปร์ที่ทำกิจกรรมจำลองความจนเพื่อจะได้ทำความเข้าใจสภาพไม่มีจะกิน

สมาชิกของกลุ่มสิงคโปร์ ไอส์แลนด์ คันทรี คลับ ซึ่งแต่ละรายต้องจ่ายเงินปีละ 30,000 - 100,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 750,000 - 2,500,000 บาทสำหรับค่าสมาชิกชมรม เตรียมเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มในเดือนหน้าที่พวกเขาจะผลัดกันเล่นบทในครอบครัวคนยากจน ทั้งนี้เพื่อจะทำความเข้าใจกับความจน

รายงานข่าวระบุว่า สิงคโปร์ที่เป็นประเทศขนาดเล็กมีปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องรายได้ประชากรจนเริ่มมีความเป็นห่วงกันว่าจะทำให้สังคมเกิดความเหลื่อมล้ำและแตกแยก ชมรมนี้จัดกิจกรรมเพื่อให้สมาชิกได้มีประสบการณ์เรื่องความจน ผู้บริหารชมรมบอกกับบีบีซีว่า ชมรมรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างดีเข้าร่วมกิจกรรมจำลองความจน และยังเตรียมจะจัดกิจกรรมอีกหลายอย่างเพื่อจะกระตุ้นให้สมาชิกทำตัวเป็น “ผู้ให้” มากขึ้น

ผู้จัดกิจกรรมนี้ให้กับชมรมก็คือกลุ่ม Methodist Welfare Services หรือ NWS ซึ่งเป็นกลุ่มการกุศลชาวคริสต์ ได้ทำกิจกรรมนี้ในโรงเรียนมาแล้วและบอกว่า กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้คนเกิดความเข้าใจในปัญหาความยากจนมากขึ้น

ในการจำลองความจน พวกเขาจะให้สมาชิกคลับที่เข้าร่วมได้เล่นบทบาทแตกต่างกันในครอบครัว ให้เวลาในการทำกิจกรรมสองชั่วโมง ในบทบาทที่แต่ละคนจะเล่น เช่นจะมีเรื่องของการรับมือกับปัญหาในฐานะเป็นพ่อหรือแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องดิ้นรนแก้ปัญหาหนี้สินที่พอกพูนเพราะสมาชิกคนหนึ่งในบ้านไม่สบายเรื้อรัง

เจนนี่ บอง ผู้อำนวยการของกลุ่ม NWS บอกว่าสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมแล้วต่างได้ประสบการณ์และบทเรียนจากสิ่งที่ได้เรียนรู้

แต่คนในโลกออนไลน์อีกไม่น้อยกลับไม่เห็นด้วยเท่าไหร่

อดอล์ฟ ริว โอ ผู้ใช้เฟสบุครายหนึ่ง โพสต์ข้อความด้วยคำถามว่า “พวกคุณพยายามจะแดกดันคนจนหรืออย่างไร” ส่วนก๊ก ชวี ซิมบอกว่า กิจกรรมนี้ไร้ประโยชน์ “ฟังดูคล้ายกับว่าเป็นเรื่องดีมีเหตุผลสำหรับพวกเขาที่จะได้ปลอบใจกันและกันว่า ได้ทำอะไรสักอย่างแล้วเพื่อคนจน”

แต่ก็มีบางคนที่คิดว่ากิจกรรมนี้มีประโยชน์ อาจจะช่วยให้คนรวยเห็นอกเห็นใจคนจนมากขึ้น เลติเซีย จอร์แดน ฉัวโต้ว่า กลุ่ม World Vision เคยทำอะไรทำนองเดียวกัน คือมีกิจกรรมเรียกว่า “40 ชั่วโมงแห่งความอดอยาก” ซึ่งเธอเคยเข้าร่วมในโรงเรียนและพบว่ามันให้ประสบการณ์และข้อคิดกับตัวเองและเพื่อนๆ ดังนั้นไม่ควรดูแคลนกิจกรรมแบบนี้

ส่วนแฟรงกี้ หลิม สมาชิกชมรมรายหนึ่งบอกว่า “สำหรับผม ผมเติบโตมาท่ามกลางความยากจน เราเคยลงทุนเดินไปโรงเรียนเพราะอยากจะเก็บเงินค่ารถเอาไปซื้อของฟุ่มเฟือยบางอย่าง ดังนั้นผมว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่จะแสวงหาประสบการณ์ของการเป็นคนจน”


แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

 
Top