ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นขานรับเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นทั้งในเอเชียและยุโรปต่างปรับตัวสูงขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับแต่เดือน มิ.ย. ปี พ.ศ. 2549 ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เริ่มกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 0.25-0.5% จากเดิม 0-0.25% ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ (17 ธ.ค.) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยดัชนีนิเคอิของญี่ปุ่นปิดตลาดที่ 19,353.56 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 303.65 จุด หรือ 1.6% ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน คืออยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ 122.57 เยน หลังจากเมื่อวานนี้อยู่ที่ระดับ 122.26 เยน ซึ่งเงินเยนที่อ่อนค่านั้นจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของญี่ปุ่น
ดัชนีเอสแอนด์พี ของออสเตรเลีย ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% ไปอยู่ที่ 5,102.01 จุด ส่วนดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ก็ปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น 0.4% ไปอยู่ที่ 1,977.96 จุด
ด้านตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ดัชนีปิดที่ 1,310.34 จุด เพิ่มขึ้น 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 45,609.80 ล้านบาท ส่วนตลาดหุ้นจีนก็เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกเช่นกัน โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.53% ไปเคลื่อนไหวอยู่ที่ 21,820.16 จุดในการซื้อขายช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% ไปอยู่ที่ 3,580.00 จุด
เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ธนาคารกลางฮ่องกงได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 0.75% ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะทำให้การกู้เงินซื้อบ้านมีราคาแพงขึ้น
ด้านตลาดในยุโรป ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมนี ต่างปรับตัวสูงขึ้นระหว่าง 1-3% ในการซื้อขายช่วงเช้า
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้เป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่าย และบรรดานักวิเคราะห์บอกว่า นี่เป็นการบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั้น มีแนวโน้มจะกลับมาสดใสอีกครั้ง เพราะหมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะทนทานต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในครั้งนี้ #FED

แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น